... ... ...

การขออนุญาตนำเข้าหรือนำออกยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ซึ่งต้องใช้รักษาโรคเฉพาะตัวติดตัว

กรณีผู้ป่วยนำติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร

ช่องทางการให้บริการ

ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน

กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 1100

ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Service)

permitfortraveler.fda.moph.go.th

3 วัน

1.
หนังสือเดินทาง
2.
คำขอรับใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 กรณีผู้ป่วยนำติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักร (Form IC-1) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: APPLICATION FOR AN INBOUND CARRYING BY TRAVELLER UNDER TREATMENT OF MEDICAL PREPARATIONS CONTAINING SUBSTANCES UNDER CONTROL OF THE SINGLE CONVENTION ON NARCOTIC DRUGS, 1961.
หมายเหตุ: เนื่องจากกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องของประมวลกฎหมายยาเสพติดยังไม่แล้วเสร็จ จึงใช้มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ซึ่งระบุว่า บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติเดิม ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้
ตัวอย่างเอกสาร: ดาวน์โหลด
3.
คำขอรับใบอนุญาตให้ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 กรณีผู้ป่วยนำติดตัวออกจากราชอาณาจักร (Form OC-1) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: APPLICATION FOR AN OUTBOUND CARRYING BY TRAVELLER UNDER TREATMENT OF MEDICAL PREPARATIONS CONTAINING SUBSTANCES UNDER CONTROL OF THE SINGLE CONVENTION ON NARCOTIC DRUGS, 1961.
หมายเหตุ: เนื่องจากกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องของประมวลกฎหมายยาเสพติดยังไม่แล้วเสร็จ จึงใช้มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ซึ่งระบุว่า บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติเดิม ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้
ตัวอย่างเอกสาร: ดาวน์โหลด
4.
ใบสั่งยา สำเนาใบสั่งยา หรือหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมที่ให้การบำบัดรักษาผู้ป่วย (สำเนา 1 ฉบับ)

ไม่มีค่าธรรมเนียม

ผู้ขออนุญาตเป็นผู้มีคุณสมบัติในการยื่นขอ ตามข้อ 2 (4) ของกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. 2563 โดยระบุว่า การปฏิบัติตามมติของคณะกรรมาธิการยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ ในกรณีที่ผู้ป่วยซึ่งเดินทางระหว่างประเทศนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรสำหรับใช้รักษาเฉพาะตัวไม่เกินเก้าสิบวัน ทั้งนี้ การดำเนินการตามมาตรา 39 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ต้องรอกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. กฎกระทรวงการอนุญาตนำยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ซึ่งต้องใช้รักษาโรคเฉพาะตัว ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2567

2. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดแบบคำขอรับใบอนุญาต และใบอนุญาตนำยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ซึ่งต้องใช้รักษาโรคเฉพาะตัวติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2567

3. ประมวลกฎหมายยาเสพติด

1.
การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอ และเอกสารประกอบการยื่นคำขอในระบบสารสนเทศด้านผลิตภัณฑ์วัตถุเสพติด
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการ 0.38 วันทำการ เท่ากับ 3 ชั่วโมงทำการ
2.
การตรวจพิจารณาเอกสาร
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่พิจารณารายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เช่น รายการยาตามใบสั่งแพทย์ ขนาดการใช้ จำนวนยาที่ขอนำเข้ากับระยะเวลาที่พำนักในประเทศ สายการบินที่เข้าประเทศ เป็นต้น หากพบข้อมูลไม่ถูกต้อง จะส่งเรื่องกลับหรือพบข้อสงสัยในการพิจารณาจะต้องติดต่อกับผู้ยื่นคำขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และให้แก้ไขข้อมูลของคำขอ/เอกสารประกอบการยื่นคำขอให้ครบถ้วนถูกต้อง ทั้งนี้ หากข้อมูลผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขได้เอง เจ้าหน้าที่จะพิจารณาแจ้งผู้เกี่ยวข้องแก้ไขในระบบสารสนเทศด้านผลิตภัณฑ์วัตถุเสพติด เช่น ผู้ยื่นขอที่ประเทศออสเตรเลีย วันที่และเวลาที่บันทึกในระบบจะเกิน 1 วัน เป็นต้น
ระยะเวลา: 2 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการ 1.5 วันทำการ เท่ากับ 12 ชั่วโมงทำการ และเขตเวลา (Time Zone) ของผู้ยื่นคำขอในแต่ละประเทศ มีผลต่อการแก้ไขข้อมูลกลับหรือการตอบกลับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มายังเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณา รวมถึงระยะเวลาในการดำเนินการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ด้วย
3.
การพิจารณา
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณายื่นขออนุมัติในระบบ เมื่อพบว่าข้อมูลและเอกสารประกอบการยื่นคำขอครบถ้วนถูกต้อง และจัดทำบันทึกข้อความเสนอเภสัชกรชำนาญการพิเศษ หรือเภสัชชำนาญการที่ได้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อพิจารณาอนุมัติการลงนาม
ระยะเวลา: 1 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการ 0.25 วันทำการ เท่ากับ 2 ชั่วโมงทำการ
4.
การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ(เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หรือเภสัชชำนาญการที่ได้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา) ลงนามในระบบสารสนเทศด้านผลิตภัณฑ์วัตถุเสพติด โดยก่อนลงนามให้พิจารณาตรวจสอบข้อมูลชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง รายการชื่อ ขนาดความแรง และปริมาณยา เป็นต้น อีกครั้ง และดำเนินการลงนามในบันทึกข้อความที่ผู้พิจารณาได้จัดเตรียมไว้
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการ 0.38 วันทำการ เท่ากับ 3 ชั่วโมงทำการ
5.
-
รายละเอียด: ส่งใบอนุญาตทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และผู้ยื่นคำขอสามารถเข้าไปรับเอกสารที่เว็บซต์ permitfortraveler.fda.moph.go.th ซึ่งได้สมัครลงทะเบียนไว้เอง ได้อีกหนึ่งช่องทาง
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการ 0.13 วันทำการ เท่ากับ 1 ชั่วโมงทำการ
ระยะเวลารวม: 3 วัน

ไม่มีรายการใบอนุญาต

1.
ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300
2.
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)

- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132

- www.pacc.go.th

3.
ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.)
ชั้น 1 อาคาร 5 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 สายด่วน 1556 โทรศัพท์ 02-590-7354-55 โทรสาร 02-590-1556 E- mail :[email protected]

ไม่มีข้อมูล

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :