... ... ...

จดทะเบียนประเภทโอนอสังหาริมทรัพย์

กรณีต้องประกาศ

ช่องทางการให้บริการ

ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน

สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครหรือสาขาหรือส่วนแยก สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาหรือส่วนแยกซึ่งที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุดตั้งอยู่

ไม่พบช่องทางการให้บริการออนไลน์

1 เดือน

1.
บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
หมายเหตุ: แสดงบัตรและเชื่อมโยงจากฐานข้อมูลของภาครัฐ
2.
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส.3 ข) (ฉบับจริง 1 )
3.
หลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างกรณีไม่ได้รับโอนสิ่งปลูกสร้างมาพร้อมกับที่ดิน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: ต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง เช่น หลักฐานที่ผู้โอนขออนุญาตปลูกสร้างหรือถ้าไม่มีให้ใช้หลักฐานการออกหมายเลขประจำบ้านให้แก่ผู้โอนหรือหลักฐานของทางราชการที่เป็นหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างจริง เป็นต้น
หมายเหตุ: ต้นฉบับ
4.
บันทึกหลังการหย่าหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล และหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: บันทึกหลังการหย่าหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล และหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด โดยศาลพิพากษาให้หย่าหรือให้แบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส (กรณีหย่าหรือแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส)
หมายเหตุ: กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
5.
หนังสือยินยอมคู่สมรส (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: หนังสือยินยอมให้ทำนิติกรรมของคู่สมรส (ต้นฉบับซึ่งผู้ขอจัดทำ) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสที่รับรองความถูกต้อง กรณีที่ต้องให้ความยินยอมเช่นเป็นสินสมรสที่ใส่ชื่อไว้เพียงผู้เดียวเป็นต้น (ถ้ามีคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นสินสมรส) ยกเว้นกรณีคู่สมรสแสดงตัวยินยอมให้ทำนิติกรรมด้วยตนเอง
หมายเหตุ: กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนเป็นบุคคลธรรมดา
6.
กรณีกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดำเนินการด้วยตนเอง (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (กรณีกรรมการเป็นคนต่างด้าว) (ต้นฉบับ) ของกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลและตราประทับของนิติบุคคล (กรณีหนังสือรับรองนิติบุคคลระบุว่าต้องมีการประทับตรา)
หมายเหตุ: กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล
7.
รายงานการประชุมของนิติบุคคล (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: รายงานการประชุมของนิติบุคคลที่มีมติให้ทำนิติกรรมพร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง (กรณีนิติบุคคลมีกรรมการเพียงคนเดียวไม่ต้องใช้รายงานการประชุมเว้นแต่ข้อบังคับของนิติบุคคลต้องประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดให้แสดงรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น) ต้นฉบับหรือสำเนารับรองความถูกต้องพร้อมประทับตราของนิติบุคคลกรณีหนังสือรับรองนิติบุคคลระบุว่าต้องมีการประทับตรา (ผู้ขอจัดทำ)
หมายเหตุ: กรณีผู้โอนหรือผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล
8.
หนังสือรับรองของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย)จำกัดหรือหนังสือรับรองของนายทะเบียนของบริษัท (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: หนังสือรับรองของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัดหรือหนังสือรับรองของนายทะเบียนของบริษัทว่าจะควบคุมอัตราส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าวของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่ให้เกินกว่าร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียน (ต้นฉบับ)
หมายเหตุ: กรณีบริษัทมหาชนจำกัดไม่ได้เป็นผู้รับโอนที่ดินแต่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ขอรับโอนที่ดิน
9.
กรณีนิติบุคคลรับโอนที่ดินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: กรณีนิติบุคคลรับโอนที่ดินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือมีเหตุเชื่อได้ว่าให้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวต้องใช้หลักฐาน ดังนี้ (1) ที่มาของเงินที่ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยนำมาซื้อหุ้นเช่น (1.1) หนังสือรับรองจากสถานประกอบการว่าผู้ถือหุ้นปฏิบัติงานในตำแหน่งใดตั้งแต่เมื่อใดมีรายได้เดือนละเท่าไรหรือหลักฐานที่เชื่อถือได้ (1.2) หลักฐานที่แสดงที่มาของเงินที่ซื้อหุ้นเช่นบัญชีเงินฝากสัญญากู้ยืมเป็นต้น (1.3) กรณีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยให้แสดงหลักฐานตาม (1.2) พร้อมรายงานการประชุมของนิติบุคคลที่มีมติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว (2) กรณีซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าทุนจดทะเบียนโดยไม่มีการจำนองที่ดินให้แสดงหลักฐานที่มาของเงินเช่นสัญญากู้ยืมหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากรายงานการประชุมของนิติบุคคลผู้กู้และผู้ให้กู้และงบดุลบริษัท)
10.
กรณีคนไทยที่มีคู่สมรสต่างด้าวขอซื้อที่ดินหรือห้องชุดเพื่อเป็นสินส่วนตัว (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: ใช้เอกสารหลักฐาน ดังนี้ (1) คนไทยและคู่สมรสต่างด้าวต้องมาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าเงินที่ซื้อที่ดินเป็นสินส่วนตัวของคนไทย (2) กรณีคนต่างด้าวไม่สามารถไปให้ถ้อยคำตาม (1) ให้คนไทยและคู่สมรสต่างด้าวไปยื่นคำขอบันทึกถ้อยคำตาม (1) ณสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครหรือสาขาหรือส่วนแยกสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาหรือส่วนแยกแห่งใดก็ได้แล้วให้คนไทยนำหนังสือรับรองนั้นไปมอบให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (3) ถ้าคู่สมรสต่างด้าวอยู่ต่างประเทศให้บันทึกถ้อยคำตาม (1) ที่สถานทูตสถานกงสุลหรือโนตารีปับบลิคณประเทศนั้นแล้วนำหนังสือรับรองมามอบให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)
11.
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีบุคคลธรรมดา) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: หนังสือมอบอำนาจ (ผู้ขอจัดทำ) พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ผู้มอบอำนาจได้รับรองความถูกต้อง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน (ต้นฉบับ) ของผู้รับมอบอำนาจ
หมายเหตุ: กรณีบุคคลธรรมดาไม่ไปดำเนินการด้วยตนเอง
12.
กฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐาน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: กรณีกฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานคำยินยอมหรือต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานใดหรือบุคคลใดก่อนต้องนำหลักฐานนั้นมาแสดงด้วย เช่น กรณีผู้เยาว์ขายที่ดินซึ่งต้องขออนุญาตศาลก่อนตามกฎหมายเป็นต้น
13.
คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล และหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดต้นฉบับพร้อมสำเนารับรองความถูกต้อง
หมายเหตุ: กรณีโอนตามคำสั่งศาลหรือโอนโดยมีคำพิพากษา
14.
กรณีที่สิ่งปลูกสร้างที่โอนไม่ใช่ของเจ้าของที่ดิน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: ต้องมีหนังสือยินยอมของเจ้าของที่ดินให้ทำนิติกรรมและยืนยันว่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เป็นของผู้โอนไม่ใช่ของเจ้าของที่ดิน
15.
เอกสารที่นำมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทย (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: เอกสารต้องแปลเป็นภาษาไทยที่รับรองความถูกต้องโดย (1) คนไทยที่จบการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอน หรือ (2) อาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดัอุดมศึกษาและเป็นผู้สอนภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นในสถาบันการศึกษา หรือ (3) สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยประเทศนั้นใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาราชการ หรือ (4) สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ(ทั้งนี้ ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539)
16.
หลักฐานสำหรับนิติบุคคลอื่นๆ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: กรณีนิติบุคคลอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น สมาคม มูลนิธิ สหกรณ์ เป็นต้น ต้องจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้ 1.หนังสือรับรองนิติบุคคล 2.เอกสารการจัดตั้งนิติบุคคล 3.ข้อบังคับของนิติบุคคล 4.บัญชีรายชื่อสมาชิก 5.รายงานการประชุมของนิติบุคคลที่มีมติให้ทำนิติกรรมพร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง (ต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้อง) 6.บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล
ประเภทการใช้เอกสาร: กรณีนิติบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หมายเหตุ: กรณีนิติบุคคลอื่นเป็นผู้โอน ใช้เอกสารเฉพาะข้อ 1 ข้อ 5 และข้อ 6
17.
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีนิติบุคคล) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: - หนังสือมอบอำนาจ (ผู้ขอจัดทำ) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีกรรมการเป็นคนต่างด้าว) ของกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล (ถ่ายเอกสารและรับรองสำเนาถูกต้อง) - พร้อมประทับตราของนิติบุคคลในหนังสือมอบอำนาจ (กรณีหนังสือรับรองนิติบุคคลระบุว่าต้องมีการประทับตรา) พร้อมตัวอย่างลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล (ต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้องซึ่งผู้ขอจัดทำ)
หมายเหตุ: กรณีนิติบุคคลมอบอำนาจ
18.
เอกสารนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ฉบับจริง 1 ชุด)
รายละเอียดเอกสาร: หนังสือรับรองนิติบุคคล, หนังสือบริคณห์สนธิ, บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
หมายเหตุ: เชื่อมโยงจากฐานข้อมูลของภาครัฐ
1.
ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท
ค่าธรรมเนียม: 5.00 บาท
2.
ค่าธรรมเนียม 2 % ของราคาประเมิน
ค่าธรรมเนียม: ร้อยละ 2
3.
ค่าธรรมเนียม 0.5 % ของราคาประเมิน
รายละเอียด: กรณีเป็นการโอนโดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทนระหว่างบุพการีกับผู้สืบสันดานหรือระหว่างคู่สมรส
ค่าธรรมเนียม: ร้อยละ 1
4.
ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีผู้โอนเป็นนิติบุคคล เสีย 1% ของราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอแสดง
รายละเอียด: สำหรับค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีผู้โอนเป็นบุคคลธรรมดา คำนวณจากราคาประเมินตามวิธีการที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
ค่าธรรมเนียม: ร้อยละ 1
5.
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีผู้โอนเป็นบุคคลธรรมดา
รายละเอียด: กรณีผู้โอนเป็นบุคคลธรรมดา เสีย 3.3 % (รวมภาษีท้องถิ่น) ของราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอแสดง (ถ้าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร
ค่าธรรมเนียม: ร้อยละ 3
6.
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีผู้โอนเป็นนิติบุคคล
รายละเอียด: เสีย 3.3 % (รวมภาษีท้องถิ่น) ของราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอแสดง
ค่าธรรมเนียม: ร้อยละ 3
7.
ค่าอากรแสตมป์ กรณีผู้โอนเป็นบุคคลธรรมดา
รายละเอียด: เสีย 0.5 % ของราคาที่สูงกว่า ระหว่างราคาประเมินกับราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอแสดง (ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์) (สำหรับกรณีผู้โอนเป็นนิติบุคคล ไม่ต้องเสีย เพราะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว)
ค่าธรรมเนียม: ร้อยละ 1
8.
ค่าอากรคู่ฉบับ
รายละเอียด: กรณีมีการจัดทำตราสารซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกันกับต้นฉบับ และผู้กระทำตราสารได้ลงลายมือชื่อไว้อย่างเดียวกับต้นฉบับ เสียค่าอากรคู่ฉบับ 5 บาท
ค่าธรรมเนียม: 5.00 บาท
9.
ค่ามอบอำนาจ เรื่องละ 20 บาท
ค่าธรรมเนียม: 20.00 บาท
10.
ค่าพยานให้แก่พยาน คนละ 10 บาท
ค่าธรรมเนียม: 10.00 บาท
11.
ค่าประกาศ เรื่องละ 10 บาท
ค่าธรรมเนียม: 10.00 บาท

1.กรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอ เนื่องจากต้องมีการประกาศตามกฎหมาย สำหรับการโอนที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือโอนเฉพาะสิ่งปลูกสร้างซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วัน (กรณีที่ต้องมีการประกาศหรือไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497) 2.การขอจดทะเบียนประเภทการโอนที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง กรณีต้องมีการประกาศตามกฎหมาย เช่น ขาย ขายฝาก ให้ แลกเปลี่ยน โอนชำระค่าหุ้น โอนชำระหนี้ การได้มาโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 การลงชื่อคู่สมรส แบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส เป็นต้น 3. ผู้โอนจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน และผู้รับโอนต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย (เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยรับโอนได้) กรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าว ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และ 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่สามารถรับโอนได้ (เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าวรับโอนได้) 4. หากเป็นการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือโอนเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของสิ่งปลูกสร้างจะต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง 5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ 5.1 ครั้งแรก ในวันยื่นคำขอ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ) 5.2 ครั้งที่สอง ในวันจดทะเบียน ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่ จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ) 6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติ่ม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 7. ระยะเวลาดำเนินการ 7.1 วันยื่นคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจน ต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น 7.2 การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วัน นับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้าย นำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม และทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันประกาศครบกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เช่น กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้า หรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่ เป็นต้น 7.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/ น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. กฎกระทรวงฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497

2. กฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497

3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

4. ประมวลกฎหมายที่ดิน

5. ประมวลรัษฎากร

1.
การตรวจพิจารณาเอกสาร
รายละเอียด: วันยื่นคำขอ - ยื่นคำขอ - ตรวจเอกสารหลักฐาน/สารบบที่ดิน และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง - รับคำขอ และสอบสวนคู่กรณี ตรวจอายัด - ทำคำขอ และคู่กรณีลงนามในคำขอ - เจ้าหน้าที่สั่งรับคำขอ - ชำระค่าธรรมเนียมคำขอและค่าประกาศ - จัดทำประกาศ หนังสือนำส่งประกาศ - เสนอเจ้าพนักงานที่ดิน ลงนามประกาศ
ระยะเวลา: 1 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมที่ดิน
2.
การตรวจพิจารณาเอกสาร
รายละเอียด: การประกาศมีกำหนด 30 วัน - ส่งประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดตามสถานที่ ที่กฎหมายกำหนด (ระยะเวลานำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม) - ประกาศครบกำหนด 30 วัน ไม่มีผู้โต้แย้งคัดค้าน (การนับระยะเวลาประกาศ 30 วัน ให้เริ่มนับวันปิดประกาศฉบับสุดท้าย) - ทำหนังสือแจ้งผู้ขอมาดำเนินการเพื่อจดทะเบียน (ภายใน 5 วัน นับแต่วันประกาศครบกำหนด)
ระยะเวลา: 45 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมที่ดิน
3.
การตรวจสอบ
รายละเอียด: วันจดทะเบียน - ยื่นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน - ตรวจสอบเรื่อง/ตรวจอายัด - เจ้าพนักงานที่ดินพิจารณาสั่งจดทะเบียน - ทำสัญญา/บันทึกข้อตกลง/คู่กรณีลงนาม/แก้ทะเบียน - ประเมินราคาทุนทรัพย์คำนวณค่าใช้จ่าย/ผู้ขอชำระเงิน - เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบเรื่อง/ลงนามจดทะเบียน/ประทับตราประจำตำแหน่งในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือสมุดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหา ริมทรัพย์ พร้อมทั้งแจกให้ผู้ขอตรวจสอบความถูกต้อง
ระยะเวลา: 1 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมที่ดิน
ระยะเวลารวม: 1 เดือน

ไม่มีรายการใบอนุญาต

1.
ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300
2.
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)

- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132

- www.pacc.go.th

3.
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยกพื้นที่ที่ใช้บริการ
สำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยกพื้นที่ที่ใช้บริการ
4.
ตู้รับเรื่องร้องเรียนสำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก
5.
กองตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์
กรมที่ดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐปศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร 0 2141 5555
6.
ฝ่ายเรื่องราวร้องทุกข์สำนักงานเลขานุการกรมที่ดิน
กรมที่ดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ชั้น 6 อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร 0 2141 5500-4

ไม่มีข้อมูล