... ... ...

การขออนุญาตผลิตอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]

รายการคู่มือดาวน์โหลด

ไม่มีรายการคู่มือดาวน์โหลด

ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน

1.

ยื่นขอสิทธิ์เข้าใช้งานระบบ e-Submission และจัดทำฐานข้อมูลหลัก ณ อาคารศูนย์ผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) ชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข 88/24 ถ. ติวานนท์ อ. เมืองนนทบุรี จ. นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2590-7000 ต่อ 79929 (กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ติดต่อที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ)

หมายเหตุ : เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง)

2.

แจ้งปัญหาการใช้งานระบบ e-Submission โทรศัพท์ : 0-2590-7000 ต่อ 71015 Line: @170xffem

หมายเหตุ : เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง)

3.

สอบถามข้อมูลสถานที่ผลิตอาหาร ทางโทรศัพท์ กลุ่มประเมินและอนุญาตสถานที่ 0-2590-7320 (กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ติดต่อที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ)

หมายเหตุ : เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง)

ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Service)

1.

ยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission

หมายเหตุ : เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

2.

สอบถามข้อมูลทางระบบ e-Consult

หมายเหตุ : เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

16 วัน

1.
คำขออิเล็กทรอนิกส์ คำขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (แบบ อ.1) สำหรับสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หรือ คำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1) สำหรับสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
การเรียกขอเอกสาร: -
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
2.
ผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
3.
แผนที่ตั้งของสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. แสดงชื่อถนนและจุดสังเกตของสถานที่ที่ขออนุญาต เช่น หน่วยราชการ วัด โรงเรียน เป็นต้น 2. ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
4.
แผนผังแสดงตำแหน่งพร้อมประโยชน์ใช้สอยของอาคารต่างๆ ในบริเวณที่ตั้งของสถานที่ผลิตและเก็บอาหารและบริเวณข้างเคียง รวมทั้งระบบกำจัดน้ำเสียและบ่อบาดาล (ถ้ามี) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. แสดงสิ่งปลูกสร้างบริเวณข้างเคียง เช่น โรงอาหาร อาคารสำนักงาน ห้องน้ำ เป็นต้น 2. ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจ ลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
5.
แบบแปลนพื้นทุกชั้น ที่ได้รับการอนุมัติและประทับตราจากหน่วยงานที่ตรวจประเมิน โดยแบบแปลนพื้นต้องมีความคมชัด เห็นรายละเอียดของสัญลักษณ์ต่าง ๆ และหมายเลขเครื่องจักรชัดเจน (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
6.
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอื่นๆ (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
7.
เอกสารตามที่กำหนดในหลักเกณฑ์ GMP (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจ ลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
8.
ภาพถ่าย (ภาพสี) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนาม พร้อมทั้งระบุข้อความว่าเป็นภาพถ่าย ณ สถานที่จริง ไม่ได้มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด โดยรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
1.
ค่าพิจารณาคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1)
รายละเอียด: ค่าพิจารณาคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1) หมายเหตุ ค่าพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารคำขออนุญาต อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2560
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
ค่าธรรมเนียม: 1,000.00 บาท
2.
ค่าพิจารณาคำขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (แบบ อ.1)
รายละเอียด: ค่าพิจารณาคำขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (แบบ อ.1) หมายเหตุ ค่าพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารคำขออนุญาต อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2560
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
ค่าธรรมเนียม: 2,000.00 บาท
3.
ค่าธรรมเนียมใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1)
รายละเอียด: ค่าธรรมเนียมใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1)
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
4.
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2)
รายละเอียด: คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ไม่ใช้เครื่องจักร หรือ ใช้เครื่องจักรไม่ถึง 2 แรงม้า หมายเหตุ อัตราการเก็บค่าธรรมเนียม อ้างอิงกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
ค่าธรรมเนียม: 5,000.00 บาท
5.
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2)
รายละเอียด: คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เครื่องจักรตั้งแต่ 2 แรงม้า แต่ไม่ถึง 10 แรงม้า หมายเหตุ อัตราการเก็บค่าธรรมเนียม อ้างอิงกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
ค่าธรรมเนียม: 6,000.00 บาท
6.
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2)
รายละเอียด: คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เครื่องจักรตั้งแต่ 10 แรงม้า แต่ไม่ถึง 25 แรงม้า หมายเหตุ อัตราการเก็บค่าธรรมเนียม อ้างอิงกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
ค่าธรรมเนียม: 7,000.00 บาท
7.
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2)
รายละเอียด: คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เครื่องจักรตั้งแต่ 25 แรงม้า แต่ไม่ถึง 50 แรงม้า หมายเหตุ อัตราการเก็บค่าธรรมเนียม อ้างอิงกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
ค่าธรรมเนียม: 8,000.00 บาท
8.
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2)
รายละเอียด: คนงานน้อยกว่า 50 หรือมากกว่า 50 คน เครื่องจักรตั้งแต่ 50 แรงม้า ขึ้นไป
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: https://privus.fda.moph.go.th/
ค่าธรรมเนียม: 10,000.00 บาท

หลักเกณฑ์ 1.1 นิยามคำว่า “ผลิต” และประเภทของสถานที่ผลิตอาหาร 1.1.1 ผลิต ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงแต่ง และหมายความรวมถึงแบ่งบรรจุด้วย 1.1.2 สถานที่ผลิตอาหาร หมายถึง สถานที่ที่ใช้ในการผลิตและจัดการเกี่ยวกับอาหารตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การรับและจัดเก็บวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ จนถึงการแปรรูปเป็นสินค้า รวมถึงการแบ่งบรรจุสินค้า เพื่อกระจายไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.1.2.1 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือ ใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม 1.1.2.2 สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และ ใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม หมายเหตุ: 1. มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งโรงงานผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 12) 2. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่ากรณีการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน (รายใหม่) ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ตามแบบ สบ.1 พร้อมหลักฐาน 1.2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้ 1.2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 1.2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค 1.2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553 1.2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก 1.2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.4 ส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้ (1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง (2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์ (3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า 1.3 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) 1.4 ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง 1.5 กรณีมีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร 1.6 การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ วิธีการ 1.7 การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร (ขอใหม่) สามารถยื่นคำขออนุญาตแล้วแต่กรณี ดังนี้ 1.7.1 กรณีสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน ให้ยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (แบบ อ.1) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์/กระดาษ 1.7.2 กรณีสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์/กระดาษ หมายเหตุ: สามารถดูรายละเอียดวิธีการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้ที่คู่มือการใช้งานสำหรับผู้ประกอบการ (User Manual) การยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (แบบ อ.1) หรือคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1) https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/manual-location เงื่อนไข 1.8 ผู้ยื่นคำขอ มีข้อควรปฎิบัติและรับทราบ ดังนี้ 1.8.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล หรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย) 1.8.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ https://accounts.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ [email protected] หรือโทร (+66) 0 2612 6060) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย 1.8.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ 1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ 1.8.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/) 1.8.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล 1.8.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาตคำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf 1.8.7 กรณีที่ใช้บริการจากหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองที่ขึ้นบัญชีกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภายใต้ขอบข่ายการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุญาตการขออนุญาตผลิตอาหาร ผู้ยื่นคำขอจะต้องพิจารณาตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของข้อมูลในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) เช่น ที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร ชื่อผู้ดำเนินกิจการ วัตถุประสงค์การตรวจประเมิน ประเภทอาหารที่ขออนุญาต กรรมวิธีการผลิต รวมทั้งเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่ได้จากหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรอง เพื่อใช้ในการยื่นขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร หากไม่ครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหลักฐานกลับไปแก้ไขข้อมูลกับหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 1.8.8 แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ อาจส่งผลทำให้ต้องคืนคำขอตามที่ระบุในข้อ 1.8.9 1.8.8 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย 1.8.9 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ 1.8.10 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ 2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร 1.9 ข้อพึงปฏิบัติหลังการได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร 1.9.1 ต้องแสดงใบอนุญาตผลิตอาหาร หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน แล้วแต่กรณี ไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ผลิตอาหาร และต้องติดหรือจัดป้ายแสดงสถานที่ผลิตอาหารที่ได้รับอนุญาตไว้ภายนอกสถานที่ ในที่เปิดเผยให้เห็นได้ง่ายด้วย 1.9.2 ต้องผลิตและจัดเก็บอาหารตามที่สถานที่ผลิตและเก็บอาหารที่ระบุไว้ในการอนุญาต และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด 1.9.3 ต้องจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งบันทึกต่าง ๆ รายงานผลวิเคราะห์ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหารซึ่งได้รับอนุญาตไว้ เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย 1.9.4 กรณีย้ายสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ผลิตหรือสถานที่จัดเก็บอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงประเภท/ชนิด และกรรมวิธีการผลิตอาหาร จะต้องแจ้งให้ทางผู้อนุญาตทราบ โดยยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission และแนบเอกสารตามคู่มือสำหรับประชาชน แล้วแต่กรณี 1.9.5 กรณีได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (เข้าข่ายโรงงาน) จะใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่สามนับตั้งแต่ออกใบอนุญาต และผู้ประกอบการที่ต้องการประกอบกิจการต่อจะต้องยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ มิเช่นนั้นจะมีผลทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้ใบอนุญาตนั้น ฯ สิ้นสภาพตามไปด้วยทุกรายการ โดยยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission และแนบเอกสารตามคู่มือสำหรับประชาชน แต่หากผู้ประกอบต้องการขอยกเลิกกิจการจะต้องยื่นคำขอยกเลิกใบอนุญาตกับผู้อนุญาต หมายเหตุ: 1. ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 16 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตคำขอ (6 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ) 2. กรณีพบว่าสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือ มีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือ ผู้ยื่นคำขอมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณา ต้องขอความคิดเห็นเพิ่มเติมจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ ให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข 3. กรณีสถานที่ผลิตตั้งอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งยังคงต้องรับใบอนุญาต/ใบสำคัญรูปแบบกระดาษ ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการรับใบอนุญาต/ใบสำคัญจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ แล้วแต่กรณี หลังจากที่ได้รับทราบผลการพิจารณาอนุมัติคำขอ 4. เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้ 5. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

1.
-
รายละเอียด: การยื่นคำขอ 1 ผู้ยื่นคำขอเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th เพื่อยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยใช้ บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าระบบแล้วดำเนินการ download แบบฟอร์มคำขอจากระบบอาหาร กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มคำขอให้ครบถ้วน รวมทั้งเอกสารที่กำหนดให้แนบประกอบการพิจารณาแล้ว upload เข้าระบบทั้งหมด 2 ผู้ยื่นคำขอพิมพ์ใบสั่งชำระค่าพิจารณาคำขอจากระบบ e-Submission และชำระเงินตามจำนวนและช่องทางที่ระบุในใบสั่งชำระ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: 1. โปรดศึกษาวิธีการยื่นคำขออิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/manual-location 2. โปรดเตรียมเอกสารที่จะ upload เข้าระบบให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอ และบันทึกข้อบกพร่อง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility 3. ส่วนผู้รับผิดชอบ คือ ผู้ยื่นคำขอ
2.
การตรวจพิจารณาเอกสาร
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่หรือคณะผู้พิจารณา/ประเมิน ดำเนินการประเมินความความถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องตามกฎหมายด้านเอกสาร รวมทั้งผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิต และเก็บอาหาร
ระยะเวลา: 4 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
3.
-
รายละเอียด: กรณีเอกสารไม่ถูกต้อง หรือไม่สอดคล้องตามกฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียด ที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องตามที่เจ้าหน้าที่ขอคำชี้แจง โดยเจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจงผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องเข้ามาดำเนินการติดตามคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission และตรวจสอบความเคลื่อนไหวของคำขออนุญาตผ่านช่องทาง “ติดตามสถานะคำขอ” เพื่อรับทราบข้อมูลจากทาง ผู้อนุญาตตลอดเวลา รวมทั้งมีการแจ้งทาง e-mail ที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งไว้ในขั้นตอนการขอ Open ID โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติมภายในวันที่กำหนด
ระยะเวลา: 10 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: 1 ระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ในการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในระบบ e-submission (ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 10 วันทำการต่อครั้ง) นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง หากครบระยะเวลาแล้ว ผู้ยื่นคำขอยังไม่ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ระบบจะดำเนินการคืนคำขออัตโนมัติ 2 ส่วนผู้รับผิดชอบ คือ ผู้ยื่นคำขอ
4.
การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
รายละเอียด: ผู้มีอำนาจลงนาม พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต
ระยะเวลา: 2 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: ระบบ e-submission จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบทาง e-mail ในทันทีที่ผู้มีอำนาจพิจารณาและบันทึกผลในระบบ e-submission
5.
การรับชำระค่าธรรมเนียม
รายละเอียด: ชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ของสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน โดยผู้ยื่นคําขอพิมพ์ ใบสั่งชําระค่าธรรมเนียมจากระบบ e-Submission และชําระเงินตามจํานวนและช่องทางที่ระบุในใบสั่งชําระ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: 1 ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต อ้างอิงตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 2 ส่วนที่รับผิดชอบ คือ ผู้ยื่นคำขอ
6.
การออกใบอนุญาต
รายละเอียด: ผู้ยื่นคำขอสามารถ login เข้าระบบ e-Submission เพื่อ download และพิมพ์ใบอนุญาต/ใบสำคัญจากระบบ e-Submission ได้เลย (เฉพาะกรุงเทพมหานคร)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: 1. กรณีสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ก่อนการพิมพ์/รับใบอนุญาต 2. กรณีสถานที่ผลิตอาหารตั้งอยู่ต่างจังหวัด ยังคงรับใบอนุญาต/ใบสำคัญรูปแบบกระดาษ
ระยะเวลารวม: 16 วัน
1.
ใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) (ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์)
ช่องทางการรับใบอนุญาต: สถานที่ผลิตอาหารตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ผู้ยื่นคำขอสามารถพิมพ์ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ จากระบบ e-Submission ; http://privus.fda.moph.go.th
อายุใบอนุญาต: 3 ปี
2.
ใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) (ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์)
ช่องทางการรับใบอนุญาต: สถานที่ผลิตอาหารตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ผู้ยื่นคำขอสามารถพิมพ์ใบสำคัญอิเล็กทรอนิกส์ จากระบบ e-Submission ; http://privus.fda.moph.go.th
อายุใบอนุญาต: -
3.
ใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) (ใบอนุญาตกระดาษ)
ช่องทางการรับใบอนุญาต: สถานที่ผลิตตั้งอยู่ต่างจังหวัด ติดต่อขอรับใบอนุญาตรูปแบบกระดาษ จากผู้อนุญาต หลังจากที่ได้รับทราบผลการพิจารณาอนุมัติคำขอ
อายุใบอนุญาต: 3 ปี
4.
ใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) (ใบอนุญาตกระดาษ)
ช่องทางการรับใบอนุญาต: สถานที่ผลิตตั้งอยู่ต่างจังหวัด ติดต่อขอรับใบสำคัญรูปแบบกระดาษ จากผู้อนุญาต หลังจากที่ได้รับทราบผลการพิจารณาอนุมัติคำขอ
อายุใบอนุญาต: -
1.
ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300
2.
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)

- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132

- www.pacc.go.th

3.
ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.) อย.
เลขที่ 88/24 (อาคาร 5 ชั้น 1) ถ. ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 หมายเหตุ: โทรศัพท์หมายเลข 0 2590 7354 -55 โทรสาร 0 2590 1556 E-mail :[email protected] สายด่วน 1556
4.
กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ชั้น 3 อาคาร 5 โทรศัพท์ 0 2590 7320
5.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่

ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :