... ... ...

-

-

(-)

รายการคู่มือดาวน์โหลด

ไม่มีรายการคู่มือดาวน์โหลด

ไม่พบช่องทางการให้บริการของหน่วยงาน

ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Service)

-

หมายเหตุ : เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

1 เดือน

1.
ใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนพาณิชย์ (ระบุขอบข่ายการจดทะเบียนเกี่ยวกับการผลิตอาหาร) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1 ลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการ 2 เอกสารนี้ใช้เพื่อเปิดสิทธิ์ และจัดทำฐานข้อมูลหลัก (Master Data)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
2.
หนังสือมอบอำนาจทั่วไป (กรณีผู้ดำเนินกิจการไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: โดยต้องระบุอำนาจให้ชัดเจน เช่น มอบให้ยื่นคำขอ/แก้ไขเพิ่มเติม/ลงชื่อรับทราบข้อบกพร่อง และติดอากรแสตมป์ 30 บาท ต่อผู้รับมอบอำนาจ 1 คน 1. ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง) 2. กรณียื่นสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ต้องเป็นฉบับที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าหน้าที่กองอาหาร/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง 3 เอกสารนี้ใช้เพื่อเปิดสิทธิ์ และจัดทำฐานข้อมูลหลัก (Master Data)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
3.
หนังสือเดินทางและหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย (work permit) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. กรณีผู้ดำเนินกิจการเป็นชาวต่างชาติให้แนบสำเนาหนังสือเดินทาง (passport) และสำเนาหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศ (work permit) ที่ยังไม่หมดอายุ 2. ลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการ 3 เอกสารนี้ใช้เพื่อเปิดสิทธิ์ และจัดทำฐานข้อมูลหลัก (Master Data)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
4.
หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจนิติบุคคลต่างด้าวว่าไม่ขัดพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ.2542 หรือหนังสือได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) (เฉพาะกรณีที่มีจำนวนหุ้นต่างชาติของบริษัทตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. ต้องมีครบทุกหน้า และลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจ ลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น 2 เอกสารนี้ใช้เพื่อเปิดสิทธิ์ และจัดทำฐานข้อมูลหลัก (Master Data)
5.
หนังสือมอบอํานาจและแต่งตั้งผู้ดําเนินกิจการ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. กรณีนิติบุคคลผู้มอบอํานาจและผู้รับมอบอํานาจเป็นบุคคลเดียวกัน ต้องทําหนังสือมอบอํานาจและแต่งตั้งผู้ดําเนินกิจการด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีหน้าที่ในฐานะต่างกัน คือ (1) หน้าที่กรรมการนิติบุคคลผู้มีอํานาจลงนามผูกพันในฐานะผู้มอบอํานาจ และ (2) หน้าที่ผู้ดําเนินกิจการของใบอนุญาตผลิตอาหารในฐานะผู้รับมอบอํานาจ 2. ติดอากรแสตมป์ 30 บาท (ต่อผู้ดำเนินกิจการ 1 คน) อาจต้องประทับตราสำคัญของบริษัท ในกรณีที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล 3. แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีต่างด้าว) ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลที่ลงนามในหนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งฯ) (กรณีผู้ดำเนินกิจการกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามฯ เป็นบุคคลคนเดียวกันไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน) 4. ข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลต้องมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการผลิตอาหาร 5. เอกสารนี้ใช้เพื่อเปิดสิทธิ์ และจัดทำฐานข้อมูลหลัก (Master Data)
6.
หนังสือมอบอำนาจทั่วไป (กรณีผู้ดำเนินกิจการไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: โดยต้องระบุอำนาจให้ชัดเจน เช่น มอบให้ยื่นคำขอ/แก้ไขเพิ่มเติม/ลงชื่อรับทราบข้อบกพร่อง และติดอากรแสตมป์ 30 บาท ต่อผู้รับมอบอำนาจ 1 คน 1. จำนวนผู้มอบอำนาจต้องครบถ้วนตามหนังสือรับรองการจดทะเบียน และต้องแนบหนังสือรับรองของนิติบุคคล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง) 2. กรณียื่นสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ต้องเป็นฉบับที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าหน้าที่กองอาหาร/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง 3. เอกสารนี้ใช้เพื่อเปิดสิทธิ์ และจัดทำฐานข้อมูลหลัก (Master Data)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
7.
ทะเบียนบ้านของสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจ
8.
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือสัญญาเช่าสถานที่ผลิตและสถานที่เก็บอาหาร (กรณีที่ผู้ดำเนินกิจการไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. กรณีผู้ยินยอมให้ใช้สถานที่หรือผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ให้เช่า 2. กรณีผู้ยินยอมให้ใช้สถานที่หรือผู้ให้เช่าเป็นนิติบุคคล ต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองของนิติบุคคล
9.
คำขออิเล็กทรอนิกส์ คำขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.11) หรือ คำขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (แบบ อ.15) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: หลักฐานหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาครัฐและระบบสารสนเทศของ อย.
10.
ใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือ ใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
11.
แผนที่ตั้งของสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. แสดงชื่อถนนและจุดสังเกตของสถานที่ที่ขออนุญาต เช่น หน่วยราชการ วัด โรงเรียน เป็นต้น 2. ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
12.
แผนผังแสดงตำแหน่งพร้อมประโยชน์ใช้สอยของอาคารต่าง ๆ ในบริเวณที่ตั้งของสถานที่ผลิตและเก็บอาหารและบริเวณข้างเคียง รวมทั้งระบบกำจัดน้ำเสียและบ่อบาดาล (ถ้ามี) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: 1. แสดงสิ่งปลูกสร้างบริเวณข้างเคียง เช่น โรงอาหาร อาคารสำนักงาน ห้องน้ำ เป็นต้น 2. ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจ ลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
13.
แบบแปลนพื้นทุกชั้น โดยแบบแปลนพื้นต้องมีความคมชัด เห็นรายละเอียดของสัญลักษณ์ต่าง ๆ และหมายเลขเครื่องจักรชัดเจน (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
14.
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอื่นๆ (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
15.
เอกสารตามที่กำหนดในหลักเกณฑ์ GMP (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจ ลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
16.
ภาพถ่าย (ภาพสี) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนาม พร้อมทั้งระบุข้อความว่าเป็นภาพถ่าย ณ สถานที่จริง ไม่ได้มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด โดยรับรองเอกสารทุกแผ่น
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กองอาหาร
17.
หนังสือแสดงขั้นตอนการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
18.
กรณีขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว เพื่อทดลองเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร และสถานที่ผลิตที่ขออนุญาตยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นสถานที่ผลิตอาหาร (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
19.
ฉลากอาหาร (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
20.
เอกสารกำกับอาหาร (ถ้ามี) (สำเนา 1 ชุด)
การเรียกขอเอกสาร: -
รายละเอียดเอกสาร: ต้องระบุชื่อบริษัท เลขที่ตั้งและลงลายมือชื่อโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารทุกแผ่น
1.
ค่าคำขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (อ.11)
รายละเอียด: ค่าคำขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (อ.11) ด้วยคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 77/2559 เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตามความในมาตรา 44 ของของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านอาหารต้องชำระค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอด้านอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคําขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2560
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: http://privus.fda.moph.go.th
ค่าธรรมเนียม: 500.00 บาท
2.
ค่าคำขออนุญาตผลิตหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างการขึ้นทะเบียนตำรับหรือเพื่อพิจารณาสั่งซื้อ อ.15
รายละเอียด: ค่าคำขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (แบบ อ.15) ด้วยคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 77/2559 เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตามความในมาตรา 44 ของของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านอาหารต้องชำระค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอด้านอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคําขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2560
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: http://privus.fda.moph.go.th
ค่าธรรมเนียม: 240.00 บาท
3.
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร* (เฉพาะกรณีผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว)
รายละเอียด: ใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.13) อัตราการเก็บค่าธรรมเนียม อ้างอิงกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
ช่องทางชำระค่าธรรมเนียม: http://privus.fda.moph.go.th
ค่าธรรมเนียม: 2,000.00 บาท

1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต 1.1 หลักเกณฑ์ 1.1.1 มาตรา 16 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 หมวด 2 กำหนดไว้ว่า บทบัญญัติมาตรา14 ไม่ให้ใช้บังคับแก่ การผลิตซึ่งอาหารเฉพาะคราว ซึ่งได้รับใบอนุญาต เฉพาะคราวจากผู้อนุญาต ผู้ที่ได้รับอนุญาตการผลิตซึ่งอาหารเฉพาะคราว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง 1.1.2 มาตรา 54 ผู้ใดผลิต ซึ่งอาหารเฉพาะคราว โดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา 16(1) หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 16 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท 1.1.3 กฎกระทรวงฉบับที่ 3 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ระบุว่า 1.1.3.1 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิตอาหารเฉพาะคราวให้ยื่นคําขอตามแบบ อ.11 ท้ายกฎกระทรวง ใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวให้ใช้แบบ อ.13 1.1.3.2 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกซึ่งอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ อ.15 การอนุญาตให้แสดงไว้ในแบบ อ.15 1.2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้ 1.2.1 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค 1.2.2 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553 1.2.3 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก 1.2.4 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.3 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.3 ส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้ (1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง (2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์ (3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า 1.3 เงื่อนไข 1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย) 1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ [email protected] หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย 1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ 1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ 1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/) 1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล 1.3.6 ผู้ยื่นคำขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.11) ต้องปฏิบัติ ดังนี้ - กรณีสถานที่ผลิตอาหารซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ของการผลิตอาหารประเภทที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวอยู่แล้ว ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ - กรณีไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เป็นสถานที่ผลิตอาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 แต่ต้องมีสถานที่ผลิตที่มีสภาพเหมาะสม มีอุปกรณ์การผลิตครบถ้วนเพียงพอสำหรับการผลิตอาหารประเภทที่ประสงค์จะขออนุญาต รวมทั้งต้องผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่เกี่ยวข้อง - กรณีการผลิตตามโครงการศึกษาวิจัยทางวิชาการหรือการควบคุมอนามัยทางด้านสาธารณสุข สถานที่ผลิตจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก่อน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่โครงการฯ กำหนด - ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการผลิตเฉพาะคราว สถานที่ที่ใช้ผลิต และวิธีการผลิต การควบคุม การนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาต ตลอดจนวิธีการทำลาย วัน เวลา และสถานที่ในการทำลาย พร้อมทั้ง นัดหมายเจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นพยานในการทำลายอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือรายงานผลที่ได้จากการผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ด้วย - หลังจากได้รับอนุญาตให้ผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ ต้องนัดหมายให้เจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นพยานในการทำลายอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือรายงานผลที่ได้จากการผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ 1.3.7 ผู้ยื่นคำขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (แบบ อ.15) ต้องปฏิบัติ ดังนี้ - สถานที่ผลิตอาหารจะต้องได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ของการผลิตอาหารประเภทที่ขอจะอนุญาตด้วย - วัตถุประสงค์ของการขออนุญาตต้องผลิตอาหารหรือส่งออกเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อเท่านั้น มิใช่เพื่อการจำหน่ายต่อผู้อื่นใด - ปริมาณการผลิตอาหารต้องมีปริมาณตามวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นตัวอย่าง หรือพิจารณาสั่งซื้อ ซึ่งสามารถพิจารณาจากเอกสารหลักฐานในการสั่งซื้อ หรือสั่งผลิตตัวอย่างจากคู่ค้าได้ 1.3.8 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร) 1.3.9 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป 1.3.10 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย 1.3.11 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน (3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission (5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ 1.3.12 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ หมายเหตุ: 1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ 2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้ 3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

1.
-
รายละเอียด: การยื่นคำขอ และชำระค่าคำขอผ่านระบบ e-Submission - ผู้ยื่นคำขอเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th เพื่อยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยใช้ บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าระบบแล้วดำเนินการ download แบบฟอร์มคำขอจากระบบอาหาร กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มคำขอให้ครบถ้วน แล้ว upload เข้าระบบ (สามารถดาวน์โหลดคู่มือการใช้งาน e-Submission ระบบอาหารได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) - ผู้ยื่นคำขอพิมพ์ใบสั่งชำระค่าพิจารณาคำขอจากระบบ e-Submission และชำระเงินตามจำนวนและช่องทางที่ระบุในใบสั่งชำระ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: 1 ดูรายละเอียดตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคําขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ.2560 บัญชีที่ 1 2 การยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่าย จัดเตรียมเอกสารหลักฐานเป็นหน้าที่ที่ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานผู้อนุญาต
2.
การพิจารณา
รายละเอียด: การพิจารณาคำขอและเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่หรือคณะผู้พิจารณา/ประเมิน ดำเนินการประเมินความความถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องตามกฎหมายด้านเอกสาร
ระยะเวลา: 7 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสาร และไม่สามารถพิจารณาได้ มีความจำเป็นต้องเข้าพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวไม่รวมในระยะเวลา 7 วันทำการ
3.
การพิจารณาโดยคณะกรรมการ
รายละเอียด: การเสนอคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญพิจารณา และการพิจารณารายละเอียดตามมติที่ได้ กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสาร เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้คณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติม รวมทั้งการพิจารณาประเมินความสอดคล้องหลังจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามมติที่ประชุมแล้ว
ระยะเวลา: 30 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: ระยะเวลาพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ สูงสุด 30 วันทำการ
4.
-
รายละเอียด: การแก้ไขเอกสารหลักฐาน กรณีเอกสารไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องตามกฎหมายหรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องตามที่เจ้าหน้าที่ขอคำชี้แจง ภายใน 10 วันทำการ
ระยะเวลา: 10 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: การแก้ไขเอกสารหลักฐานกรณีแก้ไขไม่ครบถ้วนหรือถูกต้อง เป็นหน้าที่ที่ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานผู้อนุญาต
5.
การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
รายละเอียด: การอนุมัติ/ลงนาม ผู้มีอำนาจลงนาม พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต
ระยะเวลา: 3 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
6.
-
รายละเอียด: การพิมพ์/รับใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.13) หรือ คำขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (แบบ อ.15) ที่ได้รับการอนุญาต ผู้ยื่นคำขอพิมพ์ใบอนุญาต/คำขอที่อนุญาต จากระบบ e-Submission (เฉพาะกรุงเทพมหานคร)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หมายเหตุ: 1. กรณีผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.13) ก่อนการพิมพ์/รับใบอนุญาต 2. กรณีสถานที่ผลิตอาหารตั้งอยู่ต่างจังหวัด ยังคงรับใบอนุญาต/คำขอที่อนุญาต รูปแบบกระดาษ 3. การพิมพ์/รับใบอนุญาต/คำขอ เป็นหน้าที่ที่ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานผู้อนุญาต
ระยะเวลารวม: 1 เดือน
1.
ใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (อ.13)/คำขออนุญาตผลิตหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างฯ (อ.15) (ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์)
ช่องทางการรับใบอนุญาต: สถานที่ผลิตอาหารตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ผู้ยื่นคำขอสามารถพิมพ์ใบอนุญาต/คำขออิเล็กทรอนิกส์ จากระบบ e-Submission ; http://privus.fda.moph.go.th
อายุใบอนุญาต: -
2.
ใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (อ.13)/คำขออนุญาตผลิตหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างฯ (อ.15) (ใบอนุญาตกระดาษ)
ช่องทางการรับใบอนุญาต: สถานที่ผลิตตั้งอยู่ต่างจังหวัด ติดต่อขอรับใบอนุญาต/คำขอรูปแบบกระดาษ จากผู้อนุญาต หลังจากที่ได้รับทราบผลการพิจารณาอนุมัติคำขอ
อายุใบอนุญาต: -
1.
ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300
2.
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)

- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132

- www.pacc.go.th

3.
ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.) อย.
เลขที่ 88/24 (อาคาร 5 ชั้น 1) ถ. ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 หมายเหตุ: โทรศัพท์หมายเลข 0 2590 7354 -55 โทรสาร 0 2590 1556 E-mail :[email protected] สายด่วน 1556
4.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่

ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :