การขออนุญาตนำเข้าอาหาร และต่ออายุ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]
ไม่พบช่องทางการให้บริการของหน่วยงาน
ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Service)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://privus.fda.moph.go.th//
หมายเหตุ : เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
15 วัน
1.1 หลักเกณฑ์ 1.1.1 มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) 1.1.2 มาตรา 18 กำหนดให้ใบอนุญาตนำเข้าอาหารที่ออกตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตต่ออายุใบอนุญาตนั้น 1.1.3 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต 1.2 สถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บอาหาร ต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกำหนด ดังนี้ 1.2.1 สถานที่นำเข้า ต้องเป็นสถานที่ตั้งเดียวกับที่เป็นสำนักงานใหญ่ หรือสาขา ที่ปรากฏตามหลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมาย 1) เป็นอาคารถาวรตั้งอยู่ในที่เหมาะสมใช้เป็นสถานที่นำเข้าอาหาร 2) สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ 3) มั่นคงและถูกสุขลักษณะ 1.2.2 สถานที่เก็บอาหาร ต้องมีสถานที่เก็บอาหาร 1 แห่งเป็นอย่างน้อย และสามารถมีสถานที่เก็บอาหารได้มากกว่า 1 แห่งในราชอาณาจักร จะเพิ่มเติมหรือยกเลิกได้ตามความจำเป็น 1) สถานที่ตั้งตัวอาคารที่จัดเก็บอาหาร ต้องมีลักษณะดังนี้ 1.1) ต้องตั้งอยู่ในที่เหมาะสมไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่อาหารที่จัดเก็บได้อย่างดี 1.2) เป็นอาคารมีลักษณะมั่นคงและถูกสุขลักษณะ มีพื้นที่หรือห้องภายในอาคารสำหรับจัดเก็บอาหารที่ขออนุญาตให้เป็นสัดส่วน และต้องไม่อยู่รวมกับบริเวณที่พักอาศัย 1.3) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหารต้องสะอาด มีระบบแสงสว่าง และการระบายอากาศอย่างเพียงพอ 1.4) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหารต้องไม่เป็นทางเดินผ่านไปยังบริเวณอื่นๆ เช่น บริเวณที่พักอาศัย ห้องน้ำ-ห้องส้วม หรือสำนักงาน เป็นต้น กรณีที่จำเป็นต้องลำเลียงผ่านสำนักงานต้องมีการกั้นทางเดินหรือแยกสัดส่วนให้ชัดเจน 2) การจัดเก็บอาหาร ต้องมีลักษณะดังนี้ 2.1) การจัดเก็บอาหารต้องจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน พื้นที่การจัดเก็บต้องเพียงพอ และมีความเหมาะสมในการจัดเก็บ 2.2) สภาวะการเก็บรักษาอาหารต้องเหมาะสมกับอาหารที่นำเข้า และสามารถรักษาคุณภาพมาตรฐานอาหารได้ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา ได้แก่ การเก็บรักษาอาหารสภาวะการเก็บรักษาแบบแช่แข็ง จะต้องมีอุปกรณ์ที่ควบคุมอุณภูมิการเก็บรักษาอาหารให้มีอุณหภูมิต่ำกว่าหรือเท่ากับ -18 องศาเซลเซียส สภาวะการเก็บรักษาแบบแช่เย็น จะต้องมีอุปกรณ์ที่ควบคุมอุณหภูมิการเก็บรักษาอาหารให้มีอุณหภูมิไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส แต่ไม่ถึง -18 องศาเซลเซียส และสภาวะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง เป็นการเก็บรักษาอาหารที่อุณภูมิตามสภาวะแวดล้อมปกติ อาจติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิตามความเหมาะสม ทั้งนี้อุณหภูมิการเก็บรักษาอาหารให้พิจารณาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีการกำหนดไว้เป็นการเฉพาะด้วย 2.3) การเก็บอาหารร่วมกับที่พักอาศัย ต้องแยกส่วนของที่พักอาศัยออกจากสถานที่เก็บอาหารให้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีการแบ่งห้องหรือพื้นการจัดเก็บอาหารอย่างเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับสินค้าหรือวัตถุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหาร 2.4) การจัดเก็บอาหารในคลังเก็บสินค้า (Warehouse) ร่วมกับสินค้าอื่น จะต้องจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วน ไม่เก็บปะปนกัน และระบุมาตรการในการควบคุมการจัดเก็บ 2.5) การจัดเก็บอาหารในอาคารชุด เช่น คอนโดมิเนียม จะให้จัดเก็บได้เฉพาะชั้นที่นิติบุคคลของอาคารชุดนั้น ๆ อนุญาต ทั้งนี้จะต้องแสดงเอกสารอนุญาตให้นำห้องดังกล่าวเพื่อประกอบการพาณิชย์จากนิติบุคคลมาประกอบ 2.6) กรณีสถานที่ผลิตอาหารแบ่งพื้นที่ในคลังเก็บอาหารให้ผู้อื่นมาเช่าจัดเก็บอาหารนำเข้าต้องมีมาตรการจัดเก็บการควบคุมบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง และป้องกันการปนเปื้อนข้ามไม่ให้ปะปนกับกิจกรรมการผลิตของสถานที่ผลิตอาหารผู้ให้เช่า เว้นแต่การจัดเก็บอาหารนั้น นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร 2.7) กรณีร้านอาหารหรือร้านอื่นที่จำหน่ายอาหารหน้าร้าน ประสงค์นำเข้าสินค้าเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิต ต้องพิจารณาพื้นที่ในการจัดเก็บและมาตรการป้องกันการปนเปื้อนข้าม 2.8) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหาร ต้องไม่เป็นทางเดินผ่านไปยังบริเวณอื่นๆ เช่น บริเวณที่พักอาศัย ห้องน้ำ-ห้องส้วม หรือสำนักงาน เป็นต้น 2.9) ไม่อนุญาตให้เก็บอาหารในอาคารเดียวกับสถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บวัตถุอันตราย 2.10) การเก็บอาหารร่วมกันหลายประเภท ต้องแยกเก็บอาหารแต่ละประเภทให้เป็นสัดส่วน โดยอาจมีการบ่งชี้พื้นที่การจัดเก็บที่ชัดเจน และต้องจัดทำป้ายคงทน ถาวร ชื่อแสดงประเภทอาหารหรือกลุ่มอาหาร ตัวอย่างการแสดงประเภทอาหาร เช่น วัตถุเจือปนอาหาร นมโค เป็นต้น ตัวอย่างการแสดงกลุ่มอาหาร เช่น อาหารควบคุมเฉพาะ อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน เป็นต้น โดยติดหรือแขวนไว้บริเวณ หรือชั้นเก็บอาหาร 1.2.3 การจัดทำป้ายแสดงสถานที่นำเข้า ตามมาตรา 23 ของ พรบ .อาหาร ปี พ.ศ. 2522 1) กรณีที่สถานที่นำเข้าและที่เก็บอยู่ที่เดียวกัน 1.1) จัดทำป้ายถาวรแสดงชื่อสถานที่นำเข้าหรือบริษัท ติดหรือแขวนไว้ภายนอกสถานที่ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย 1.2) จัดทำป้ายที่คงทน ถาวรที่มีข้อความ “สถานที่นําหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร” ติดด้านหน้าของสถานที่นำเข้า 1.3) จัดทำป้ายคงทน ถาวร ที่มีข้อความ “สถานที่เก็บอาหาร” ติดไว้ด้านหน้าห้องหรือบริเวณที่เก็บอาหาร 1.4) ภายในห้องเก็บอาหารให้จัดทำป้าย “ประเภทอาหารหรือกลุ่มอาหาร” ซึ่งต้องมีชั้นหรือพื้นสําหรับรองรับอาหาร 2) กรณีที่สถานที่นำเข้าและที่เก็บอยู่คนละที่ 2.1) จัดทำป้ายคงทน ถาวร แสดงชื่อสถานที่นำเข้าหรือบริษัท ติดหรือแขวนไว้ภายนอกสถานที่ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย 2.2) จัดทำป้ายที่คงทนถาวรที่มีข้อความ “สถานที่นําหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร” ติดด้านหน้าของสถานที่นำเข้า 2.3) จัดทำป้ายคงทน ถาวร ที่มีข้อความ “สถานที่เก็บอาหาร” ติดไว้ด้านหน้าห้องหรือบริเวณที่เก็บอาหาร 2.4) กรณีในสถานที่เก็บอาหารมีหลายอาคาร/โกดัง ต้องแสดงป้าย “สถานที่เก็บอาหาร” ที่คงทนถาวรเห็นได้ชัดเจน ด้านหน้าอาคาร/โกดัง 2.5) กรณีในสถานที่เก็บอาหารมีหลายห้องเก็บ ต้องแสดงป้าย “สถานที่เก็บอาหาร” หน้าห้องเก็บอาหาร 2.6) กรณีที่ห้องเก็บอาหารเป็นลักษณะโกดังหรือห้องเก็บอาหารที่มีการใช้พื้นที่เก็บร่วมกับสินค้าของบริษัทอื่น ซึ่งอาจเป็นชั้นหรือพาเลทให้จัดทำป้าย“สถานที่เก็บอาหารของบริษัท........”เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นของบริษัทที่จะขออนุญาต 2.7) ภายในห้องเก็บอาหารหรือชั้นหรือพาเลทให้จัดทำป้าย “ประเภทอาหารหรือชนิดอาหาร” ซึ่งต้องมีชั้นหรือพื้นสําหรับรองรับอาหาร 1.3 เงื่อนไข 1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการนำเข้าอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย) 1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ [email protected] หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย 1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ 1) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ 1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-to-import-food-places/) 1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล 1.3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุสภาวะการเก็บรักษาอาหาร ณ สถานที่เก็บอาหารทุก ๆ แห่ง ที่ใช้สำหรับเก็บรักษาอาหารที่นำเข้า ได้แก่ สภาวะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง สภาวะการเก็บรักษาแบบแช่เย็น และสภาวะการเก็บรักษาแบบแช่แข็ง 1.3.7 การขออนุญาตนำเข้าอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตนำเข้าอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร) 1.3.8 อาหารที่นำเข้าต้องไม่มีการใช้วัตถุห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายตามประกาศที่เกี่ยวข้อง 1.3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย 1.3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ ตัดต่อดัดแปลงภาพถ่าย หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ 1.3.11 การไม่อนุญาตคำขอ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ หมายเหตุ: 1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ 2 การเข้าตรวจประเมินสถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารให้เป็นไปตามความจำเป็น แล้วแต่กรณี ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เห็นสมควร 3 กรณีพบว่าการขออนุญาตนำเข้าอาหารและต่ออายุ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และปฏิบัติตาม “คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตนำเข้าอาหารและต่ออายุ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข” 4 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้ 5 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร
1. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132
ไม่มีข้อมูล