ให้ประทานบัตร
ให้ประทานบัตร
(การขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ประเภทที่ 1)
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
ณ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด
หมายเหตุ : เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 15:30 น. (มีพักเที่ยง)
อีเมล์
e-Mail ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์กระทรวงอุตสาหกรรม https://ops.industry.go.th/th/contact-us
ไม่พบช่องทางการให้บริการออนไลน์
4 เดือน
1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564 2. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง 3. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องไม่เป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี หรือพื้นที่ในเขตการดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 4. การยื่นขอประทานบัตรต้องไม่เหลื่อมล้ำทับซ้อนกับคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ หรือคำขอประทานบัตรในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงห้ามยื่นคำขอดังกล่าวเหลื่อมล้ำทับซ้อน กับเขตเนื้อที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตร เว้นแต่ (1) ผู้ยื่นคำขอมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินในเขตพื้นที่ตามคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ เขตพื้นที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ หรือเขตพื้นที่อาชญาบัตรพิเศษ (2) ผู้ยื่นคำขอได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษ หรือผู้ถือประทานบัตรให้ยื่นคำขอประทานบัตรในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้นได้ 5. เมื่อรังวัดกำหนดเขตพื้นที่ประทานบัตรซึ่งผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเป็นผู้นำรังวัดเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) จัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนดส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขตตรวจสอบรับรอง (ใช้เวลาในการตรวจสอบ 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานหรือแผนผังแล้วแต่กรณี) (2) กรณีเป็นที่ดินของรัฐ ให้ยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการทำเหมืองตามระเบียบและกฎหมายของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และสำเนาหนังสือดังกล่าวให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภายใน 7 วัน (3) จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (4) จัดทำแนวพื้นที่กันชนการทำเหมืองและข้อมูลพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 (5) จัดทำรายงานแสดงความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ (6) จัดทำหนังสือรับรองความเหมาะสมของเทคโนโลยี (7) กรณีผู้ยื่นคำขอประทานบัตรประสงค์จะยื่นคำขอใบอนุญาตเกี่ยวเนื่องกับการทำเหมือง ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร ใบอนุญาตร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเป็นเขตเหมืองแร่เดียวกันพนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอไว้ และดำเนินการเตรียมไว้จนถึงขั้นพร้อมที่จะออกใบอนุญาตเมื่อได้รับประทานบัตรแล้ว 6. เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่มีอำนาจยกคำขอประทานบัตร ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ผู้ยื่นคำขอขาดนัดในการนำรังวัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร (2) ผู้ยื่นคำขอละเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งในการดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อออกประทานบัตร (3) ผู้ยื่นคำขอกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น (4) เมื่อปรากฏว่าแร่ชนิดที่ประสงค์ที่จะเปิดการทำเหมืองในเขตคำขอมีไม่เพียงพอที่จะเปิดการทำเหมืองได้ โดยในกรณีตามข้อ 6 (1) 6 (2) และ 6 (4) จะดำเนินการยกคำขอเมื่อแจ้งเตือนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่จดแจ้งไว้ไม่เกิน 2 ครั้ง 7. กรณีมีการร้องเรียนคัดค้านการขอประทานบัตร ต้องมีการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนคัดค้านตามแนวทางการจัดการเรื่องร้องเรียนของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อน 8. กรณีการขอประทานบัตรในพื้นที่ของรัฐ จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ 9. กรณีมีการยื่นคำขอหลายคำขอพนักงานเจ้าหน้าที่จะลำดับการนัดหมายให้ผู้ยื่นคำขอมานำรังวัด โดยแจ้งลำดับให้ผู้ขอทราบ 10. คำขอที่มีประเด็นเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี นโยบายของภาครัฐ ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการต่อไป 11. กรณีมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็น ข้อกฎหมาย จะต้องได้ข้อยุติด้านกฎหมายดังกล่าวก่อนดำเนินการ 12. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการออกประทานบัตร (1) โครงการเหมืองแร่ต้องมีความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่จะใช้ในการทำเหมืองมีความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด (2) มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องมีความเหมาะสมตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด หรือตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบแล้วแต่กรณี (3) แผนการฟื้นฟู การพัฒนา การใช้ประโยชน์พื้นที่จากการทำเหมือง การเฝ้าระวังผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระหว่างที่มีการทำเหมืองและหลังจากปิดเหมือง ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่ (4) ไม่มีหนี้สินตามกฎหมายว่าด้วยแร่ค้างชำระ 13. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 14. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด 15. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว
1. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยแร่ พ.ศ. 2561
2. กฎกระทรวง การขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
3. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561
4. พระราชบัญญัติ แร่ พ.ศ. 2560
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132
ไม่มีข้อมูล