การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
ติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอ/สำนักงานเกษตรพื้นที่ (กทม.) หรือ จุดนัดหมายที่สำนักงานเกษตรอำเภอนั้นๆ กำหนด - เกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม แจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง - เกษตรกรรายใหม่ หรือ รายเดิมแต่เพิ่มแปลงใหม่ แจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงที่ทำกิจกรรมการเกษตรอยู่ หากมีแปลงที่ทำกิจกรรมการเกษตรหลายพื้นที่ หลายอำเภอ ให้ยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงหลัก (อำเภอที่มีจำนวนแปลงมากที่สุด)
ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Service)
ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรออนไลน์ด้วยตนเอง ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th (ใช้ได้ทั้งเกษตรกรรายเดิมและรายใหม่)
แอปพลิเคชันบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (Application)
ติดตั้งและกรอกข้อมูลผ่าน Farmbook Application เพื่อปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร เฉพาะเกษตรกรรายเดิมเท่านั้น
1 เดือน
ไม่มีค่าธรรมเนียม
1. ครัวเรือนเกษตรที่ขึ้นทะเบียนจะต้องประกอบการเกษตรเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพรองก็ได้ 2. ครัวเรือนเกษตร 1 ครัวเรือน จะมีผู้แทนมาขอขึ้นทะเบียนได้เพียง 1 คน ซึ่งจะถือว่าเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตร โดยไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าครัวเรือนตามทะเบียนบ้าน และหากเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรแล้ว จะไม่สามารถเป็นสมาชิกของครัวเรือนเกษตรอื่นได้อีก 3. กำหนดให้ 1 ทะเบียนบ้าน สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกร ได้เพียง 1 ครัวเรือนเกษตรเท่านั้น 4. กำหนดให้คู่สมรส สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกร ได้เพียง 1 ครัวเรือนเกษตรเท่านั้น 4.1 กรณีที่อยู่กินทางพฤตินัย มิได้จดทะเบียนสมรส แต่สังคมรับรู้โดยเปิดเผยว่าอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกัน ฉันท์คู่สมรสแม้จะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านคนละหลังให้ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน 4.2 กรณีที่คู่สมรสหย่าขาดจากกัน แต่สังคมรับรู้โดยเปิดเผยว่ายังมีพฤติกรรมกินอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกัน ฉันท์คู่สมรส แม้จะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านคนละหลังให้ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน 5. การขึ้นทะเบียนเกษตรกร รับขึ้นทะเบียนทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล 5.1 บุคคลธรรมดา ซึ่งประกอบการเกษตร หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิต โดยมีผู้แทนมาขอขึ้นทะเบียนในนามครัวเรือนได้เพียง 1 คน 5.1.1 ทำการเกษตรพื้นที่ตนเองหรือไม่ใช่พื้นที่ตนเอง (เช่าที่ดิน/ให้ทำฟรี) ผู้ที่ลงทุนในการผลิตและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิตนั้น มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ 5.1.2 ทำการเกษตรโดยว่าจ้างผู้อื่นทำแทนผู้ว่าจ้างต้องเป็นผู้ลงทุนในการผลิตทั้งหมด และจ้างผู้อื่นมาทำการเกษตร โดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ เพราะเป็นผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิต 5.1.3 ทำการเกษตรโดยร่วมกันทำ/ร่วมกันลงทุนกรณีนี้ให้เป็นไปตามการตกลงกันว่าผู้ใดจะเป็นผู้มาขึ้นทะเบียนเกษตรกร 5.2 นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการในด้านการเกษตร โดยมอบหมายบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนในนามนิติบุคคล ซึ่งบุคคลนี้อาจมีครัวเรือนเกษตรที่เป็นบุคคลธรรมดาของตนเองด้วยก็ได้ แต่ไม่สามารถเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหลายแห่งในการรับมอบอำนาจในการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ทั้งนี้ กรณีนิติบุคคลที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการเกษตร หรือนิติบุคคลที่ไม่มีเอกสารระบุวัตถุประสงค์ในการตั้งนิติบุคคล ไม่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกร สำหรับ วัด มัสยิด โรงเรียน ไม่รับขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่อนุโลมให้ใช้พื้นที่ของวัด มัสยิด โรงเรียน มาขึ้นทะเบียนเกษตรกรในนามบุคคลธรรมดาได้ 6. ผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย และมีสัญชาติไทย โดยเลขบัตรประจำตัวประชาชนต้องไม่ขึ้นต้นด้วยเลข 0 6 7 และ 8 (หากเป็นเลข 8 ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อตรวจสอบข้อมูลจากระบบทะเบียนเกษตรกร ซึ่งได้เชื่อมโยงข้อมูลจากทะเบียนราษฎร ถ้าเป็นสัญชาติไทยจึงสามารถรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้) 7. ผู้พิการ ทุพพลภาพ แต่ยังมีความสามารถในการประกอบการเกษตรด้วยตนเอง หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิต สามารถรับขึ้นทะเบียนได้ 8. พระ เณร นักบวชในศาสนาอื่นๆ ที่มีข้อห้าม หรือไม่เหมาะสมในการประกอบอาชีพการเกษตร ไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ 9 บุคคลที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ 10. การแจ้งข้อมูลขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ในส่วนของสมาชิกในครัวเรือน จะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นก่อน กรณีบุคคลนั้นเป็นผู้เยาว์ (ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน 11. สามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ทั้งในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ ดังนี้ 11.1 พื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ 11.1.1 เอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน 11.1.2 ที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ 11.1.3 ที่ดินที่มีหนังสือรับรองผู้ทำประโยชน์ในเขตที่ดินของรัฐ 11.2 พื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ อนุโลมให้เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนได้ เพื่อให้ทราบสถานการณ์การเพาะปลูกของเกษตรกร และประมาณการผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเวลาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แต่จะต้องมีผู้นำชุมชนเป็นผู้รับรองการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนต้องไม่อ้างกรรมสิทธิ์ หรือถือครองพื้นที่นั้น ทั้งนี้ ให้รวมถึงพื้นที่ในเขตป่าไม้ ป่าอุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ และให้หมายรวมถึงเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย (1) แบบหมายเลข 2 (2) ส.ป.ก. 4 (3) ส.ป.ก. 4-98 (4) ส.ป.ก. / สร 5 ก (5) ส.ท.ก. 2 (6) ปส. 29 (7) ช.ส. 4 (8) ส.ธ. 1 (9) หนังสือรับรองของหน่วยงานราชการทหาร (10) แบบ ทบ.9 (11) หนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐแก้ไขความยากจน (12) บันทึกข้อตกลงการให้ใช้ที่ดินของส่วนราชการ (13) ใบรับเงินบำรุงท้องที่ ภ.บ.ท. 5 / ภ.บ.ท. 6 และ ภ.บ.ท. 11 (14)แบบบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.3) (15) พื้นที่มีเอกสารสิทธิ์แต่ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานซึ่งแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือหนังสืออนุญาตจากเจ้าของที่ดิน หรือหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานราชการ ให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ที่เกษตรกรได้เข้าครอบครองทำกิจกรรมการเกษตรอยู่ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ *** กรมส่งเสริมการเกษตรมีหน้าที่รับจดแจ้งข้อมูลจากเกษตรกรเท่านั้น มิได้รับรองการครอบครองพื้นที่การเกษตรใดๆ ทั้งสิ้น *** หากมีการประมวลผลจัดส่งข้อมูลเพื่อเข้าร่วมโครงการ มาตรการต่างๆ พื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์และประเภทเอกสารที่อยู่ในกลุ่มนี้ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ มาตรการ หรือไม่ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ มาตรการนั้นๆ 12. สามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ทุกลักษณะการถือครองที่ดิน ได้แก่ ของครัวเรือน เช่า อื่นๆ (ทำฟรี หรือทำในพื้นที่สาธารณประโยชน์) 13. การประกอบกิจกรรมการเกษตร ที่กรมส่งเสริมการเกษตรรับขึ้นทะเบียน ประกอบด้วย 13.1 ปลูกข้าว หรือ พืชไร่ 13.2 ปลูกผัก หรือ ไม้ดอก หรือ ไม้ประดับ หรือ สมุนไพร 13.3 ปลูกสวนป่า หรือ ปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะ 13.4 ปลูกไม้ผล หรือ ไม้ยืนต้น แบบสวนเดี่ยว หรือ สวนแซม 13.5 ปลูกพืชแบบสวนผสม เกษตรผสมผสาน หรือระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งอาจมีการเลี้ยงสัตว์ หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำร่วมด้วย 13.6 เพาะเห็ด ทำผักงอก เพาะปลูกพืชในระบบโรงเรือนถาวร 13.7 ทำนาเกลือสมุทร 13.8 เพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ (กรณีเลี้ยงด้วงสาคู ต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากชุมชนให้ดำเนินการเลี้ยงด้วงสาคูได้) โดยจำนวนเนื้อที่ขั้นต่ำที่รับขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนด กรณีประกอบการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน แต่ไม่ถึงจำนวนเนื้อที่ขั้นต่ำที่กำหนดเกษตรกรต้องยืนยันว่ามีรายได้ในภาคการเกษตรที่คาดว่าจะได้รับ ตั้งแต่แปดพันบาทต่อปีขึ้นไป 14. การมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน 14.1 บุคคลธรรมดา 14.1.1 เกษตรกรรายใหม่ - แจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่ด้วยตนเองเท่านั้น - ลงชื่อในแบบติดประกาศและ/หรือเข้าร่วมและลงชื่อในการประชาคมสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ 14.1.2 เกษตรกรรายเดิม - แจ้งปรับปรุงข้อมูล สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ - ลงชื่อในแบบติดประกาศและ/หรือเข้าร่วมและลงชื่อในการประชาคมสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ 14.2 นิติบุคคล สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ รวมทั้งการลงชื่อในแบบติดประกาศและ/หรือเข้าร่วมและลงชื่อในการประชาคม ทั้งนี้ ผู้รับมอบอำนาจ จะต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกับพยาน/เจ้าหน้าที่รับขึ้นทะเบียน/เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบแบบรับขึ้นทะเบียนในแบบคำร้องทะเบียนเกษตรกร (ทบก.01) และต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกับผู้ดำเนินการตรวจสอบในการติดประกาศ/ประชาคม/ตรวจสอบพื้นที่ 15. เกษตรกรต้องแจ้งข้อมูลและกรอกข้อมูลให้สมบูรณ์ ถูกต้อง ครบถ้วนตามความเป็นจริง กรณีที่ยื่นแบบคำร้องในรูปแบบเอกสารต้องลงลายมือชื่อรับรองข้อมูล ในแบบคำร้องด้วย รวมทั้งต้องมีพยาน (รายละเอียดตามคำนิยาม) ลงลายมือชื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามแบบคำร้อง สำหรับสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร “กรณีที่เจ้าของโฉนดที่ดินแจ้งขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง ไม่ต้องให้พยานลงนามในแบบคำร้อง” 16. เกษตรกรที่แจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร จะต้องผ่านการตรวจสอบทางสังคม (ติดประกาศข้อมูล และ/หรือ จัดประชาคม) และตรวจสอบพื้นที่โดยออกเดินสำรวจรอบแปลงพื้นที่จริง เพื่อวัดและจับพิกัดแปลง หรือวาดแปลงด้วยระบบ หรือตรวจสอบโดยภาพถ่ายแปลงปลูกร่วมกับผู้นำชุมชน/ อกม. จึงจะถือว่าเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรโดยสมบูรณ์และสามารถนำข้อมูลไปใช้เข้าร่วมโครงการหรือมาตรการต่างๆ ได้ ส่วนสมุดทะเบียนเกษตรกรเป็นเอกสารที่แสดงรายงานการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรของเกษตรกรเท่านั้น 17. เมื่อมีการนำข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือในโครงการหรือมาตรการต่างๆ ผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการหรือมาตรการที่จะกำหนดขึ้น 18. สถานภาพของเกษตรกรสิ้นสุดลงเมื่อ 18.1 บุคคลธรรมดา 18.1.1 ตาย 18.1.2 เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ 18.1.3 แจ้งเลิกประกอบการเกษตร 18.1.4 นายทะเบียนหรือผู้ช่วยนายทะเบียนมีคำสั่งจำหน่ายทะเบียนเกษตรกรเนื่องจากพบว่า มีเจตนาแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร 18.1.5 ไม่มีการปรับปรุงสถานภาพติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี ตามที่นายทะเบียนประกาศให้ปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร 18.2 นิติบุคคล 18.2.1 สิ้นสถานภาพความเป็นนิติบุคคล 18.2.2 แจ้งเลิกประกอบการเกษตร 18.2.3 นายทะเบียนหรือผู้ช่วยนายทะเบียนมีคำสั่งจำหน่ายทะเบียนเกษตรกรเนื่องจากพบว่า มีเจตนาแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร 18.2.4 ไม่มีการปรับปรุงสถานภาพติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี ตามที่นายทะเบียนประกาศให้ปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว
1. ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกี่ยวกับการประกอบกิจการในด้านการเกษตร พ.ศ. 2567
ไม่มีรายการใบอนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132
ไม่มีข้อมูล