การขอโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
ไม่พบช่องทางการให้บริการของหน่วยงาน
แอปพลิเคชันบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (Application)
ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีค่าธรรมเนียม
หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณา ผู้รับอนุญาตซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 แล้วมีความประสงค์จะโอนใบอนุญาต (ขายกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ)ให้กับบุคคลอื่นสามารถดำเนินการได้ โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มาตรา 17 การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 ให้กระทำได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และกฎกระทรวงการอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2560 หมวด 3 ว่าด้วยเรื่อง การขอโอนใบอนุญาต การขอรับโอนใบอนุญาตและการอนุญาต ข้อ 11 กำหนดให้ผู้รับอนุญาตซึ่งประสงค์จะโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นยื่นคำขอโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอโอนใบอนุญาต (สพส.4) ทั้งนี้ผู้รับโอนใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตร 13 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการโอนใบอนุญาตมีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จึงได้มีการปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการสำหรับการโอนใบอนุญาต โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการดังนี้ 1.1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนใบอนุญาต การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ดังนี้ (1) ใบอนุญาตที่ผู้รับอนุญาตมีความประสงค์จะทำการโอนใบอนุญาตต้องเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ยังสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย (ไม่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ไม่ถูกเพิกถอนหรือไม่หมดอายุ) (2) คุณสมบัติของผู้รับโอนใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตร 13 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ดังต่อไปนี้ (2.1) เป็นบุคคลล้มละลาย (2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (2.3) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวล กฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการค้าประเวณี (2.4) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติด ให้โทษ (2.5) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (2.6) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้น กำหนด 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อ สุขภาพ * ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้มี อำนาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามด้วย (3) อายุใบอนุญาตหลังจาการโอนใบอนุญาตจะมีระยะเวลาและเงื่อนไขตามใบอนุญาตเดิมก่อนที่จะทำการโอนใบอนุญาต (4) ผู้รับอนุญาตสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนได้ ทั้งนี้จะต้องมีใบมอบอำนาจลงลายมือชื่อทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ (5) สถานที่ยื่นคำขอโอนใบอนุญาต (5.1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่น ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 ตึกกรมสนับสนุนบริการ กระทรวงสาธารณสุข 5.2) ส่วนภูมิภาคผู้ประสงค์ประกอบกิจการฯ ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบ 1.2 วิธีการยื่นคำขอโอนใบอนุญาต 1.) ผู้รับอนุญาตซึ่งมีความประสงค์จะโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพยื่นคำขอโอนใบอนุญาต (สพส. 4) พร้อมเอกสารและหลักฐาน ต่อผู้อนุญาต ณ สถานที่ต่อไปนี้ (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่ 2.) เจ้าหน้าที่รับยื่นคำขอตรวจสอบเอกสารคำขอโอนใบอนุญาต (สพส. 4) พร้อมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และออกใบรับคำขอ (สพส.2)ให้กับผู้ยื่นคำขอ 3.) เจ้าหน้าที่ตรวจความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอโอนใบอนุญาต (1) กรณีเอกสารถูกต้องและครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้อนุญาตพิจารณา (2) กรณีเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอฯทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอฯพร้อมเอกสารและหลักฐาน และกำหนดให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง เมื่อผู้ยื่นคำขอ ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ตามระยะเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารอีกครั้งหากพบว่า เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณา แต่หากผู้ยื่นคำขอไม่ส่งเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอโอนใบอนุญาต และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ 4.) ผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตจะมีคำสั่งอนุญาต จะมีหนังสือแจ้งผู้ขอโอนใบอนุญาตทราบภายใน 7 วันหลังการพิจารณาอนุญาต และให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (300 บาท) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ทั้งนี้ การส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาและแจ้งชำระค่าธรรมเนียมจะดำเนินการแจ้งทางระบบหนังสือปกติหรือทางอิเลคทรอนิกส์ 5.) สถานที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่ (3) ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา 6.) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการภายในระยะเวลา 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากระบบ 7.) เมื่อผู้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตใบใหม่โดยมีสาระสำคัญตามใบอนุญาตเดิม เว้นแต่รายการที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และกำกับในใบอนุญาตใหม่คำว่า “ โอนใบอนุญาต ” พร้อมชื่อผู้โอนไว้มุมบนด้านซ้ายและระบุวัน เดือน ปีที่ออกใบอนุญาต 8.) ผู้ยื่นคำขอติดต่อรับใบอนุญาตใหม่ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม
1. พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559
ไม่มีรายการใบอนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132
ไม่มีข้อมูล