... ... ...

การขออนุญาตนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร [N]

ช่องทางการให้บริการ

ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน

ชั้น 3 อาคารสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เลขที่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.10310 0 2645 4600 ต่อ 5306 - 5313 , 5325 - 5328 , 5330 , 5333, 5334 , 5337

หมายเหตุ : ควรเข้ารับบริการในวันและเวลาทำการหรือก่อนปิดทำการครึ่งชั่วโมง กรณีเป็น Digital ต้องโหลด (Load) ไฟล์ให้แล้วเสร็จก่อนวันตรวจพิจารณาพร้อมรหัสที่ใช้ในการเปิด

ศูนย์กลางข้อมูลให้ธุรกิจติดต่อราชการ (Business Portal)

ยื่นผ่านระบบขออนุญาตภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออนไลน์ http://movie2.culture.go.th/

หมายเหตุ : ทั้งนี้เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ยืนยันการรับคำขอกรณีหลักฐานและเอกสารครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Service)

ยื่นผ่านระบบขออนุญาตภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออนไลน์ http://movie2.culture.go.th/

หมายเหตุ : ทั้งนี้เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ยืนยันการรับคำขอกรณีหลักฐานและเอกสารครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้

แอปพลิเคชันบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (Application)

ชั้น 3 อาคารสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เลขที่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.10310 0 2645 4600 ต่อ 5306 - 5313 , 5325 - 5328 , 5330 , 5333, 5334 , 5337

หมายเหตุ : ควรเข้ารับบริการในวันและเวลาทำการหรือก่อนปิดทำการครึ่งชั่วโมง กรณีเป็น Digital ต้องโหลด (Load) ไฟล์ให้แล้วเสร็จก่อนวันตรวจพิจารณาพร้อมรหัสที่ใช้ในการเปิด

ไม่มีข้อมูล

1.
บัตรประจำตัวประชาชน
2.
ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
รายละเอียดเอกสาร: ใช้สำเนา 1 ฉบับ
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ
3.
หนังสือรับรองนิติบุคคล
รายละเอียดเอกสาร: แสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน และผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบัน
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
4.
คำขออนุญาตนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายในราชอาณาจักร (แบบ ภย.1)
หมายเหตุ: ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ https://info.go.th/File/Get?id=83093
5.
เอกสารการอนุญาตให้นำภาพยนตร์เข้ามาในราชอาณาจักร
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
6.
หนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาต
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
7.
หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาต
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
8.
หนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาต
รายละเอียดเอกสาร: หนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาตแปลเป็นภาษาไทย และมีผู้รับรองคำแปล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล การรับรองความถูกต้องของคำแปลเป็นภาษาไทย ให้กระทำโดย 1. คนไทยที่จบการศึกษาในระดับที่ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอน พร้อมสำเนาวุฒิการศึกษา 2. อาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและเป็นผู้สอนภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นในสถาบันการศึกษาดังกล่าว พร้อมสำเนาที่บ่งบอกว่าเป็นอาจารย์ผู้สอนภาษาในสถาบันการศึกษาดังกล่าว 3. สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยประเทศนั้นใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาราชการพร้อมสำเนาหนังสือรับรอง 4. สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ พร้อมสำเนาหนังสือรับรอง
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
9.
หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาต
รายละเอียดเอกสาร: หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาตแปลเป็นภาษาไทย และมีผู้รับรองคำแปล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล การรับรองความถูกต้องของคำแปลเป็นภาษาไทย ให้กระทำโดย 1. คนไทยที่จบการศึกษาในระดับที่ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอน พร้อมสำเนาวุฒิการศึกษา 2. อาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและเป็นผู้สอนภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นในสถาบันการศึกษาดังกล่าว พร้อมสำเนาที่บ่งบอกว่าเป็นอาจารย์ผู้สอนภาษาในสถาบันการศึกษาดังกล่าว 3. สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยประเทศนั้นใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาราชการพร้อมสำเนาหนังสือรับรอง 4. สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ พร้อมสำเนาหนังสือรับรอง
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
10.
ภาพยนตร์และสำเนาภาพยนตร์ที่ประสงค์จะขออนุญาต
รายละเอียดเอกสาร: สำเนาภาพยนตร์นั้นอาจมีลายน้ำระบุว่าใช้สำหรับการตรวจพิจารณาก็ได้
หมายเหตุ: กรณีที่ภาพยนตร์นั้นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการฉายเป็นการเฉพาะต้องนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวมาด้วย
11.
บทพากย์หรือคำบรรยายภาพยนตร์เป็นภาษาไทย
รายละเอียดเอกสาร: บทพากย์หรือคำบรรยายภาพยนตร์เป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
12.
หนังสือมอบอำนาจ
รายละเอียดเอกสาร: ติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (หากสามารถมอบอำนาจช่วงได้จะต้องระบุไว้ให้ชัดเจนด้วย)
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมประทับตรานิติบุคคล
13.
เอกสารสรุปเรื่องย่อภาพยนตร์
1.
ภาพยนตร์ที่เป็นวัสดุในลักษณะฟิล์ม คิดตามระยะเวลาการตรวจพิจารณาเป็นนาที
รายละเอียด: นาทีละ 30 บาท เศษของนาทีให้ปัดทิ้งแต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 10,000 บาท
ค่าธรรมเนียม: 30.00 บาท
2.
ภาพยนตร์ที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรืออื่นๆที่ไม่ใช่ฟิล์ม คิดตามระยะเวลาการตรวจพิจารณาเป็นนาที
รายละเอียด: นาทีละ 5 บาท เศษของนาทีให้ปัดทิ้งแต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 8,000 บาท
ค่าธรรมเนียม: 5.00 บาท

หลักเกณฑ์ในการยื่นขออนุญาต พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้ภาพยนตร์ที่จะนำออกเผยแพร่ในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยผู้ที่ประสงค์จะนำภาพยนตร์ออกเผยแพร่ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามแบบ ภย.1 พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้ 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล ซึ่่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงานและผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันจำนวน 1 ชุด ( หมายเหตุ : ยกเลิกการขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่มาติดต่อราชการ ตามข้อ 17 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ 2560 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เรื่อง มาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน ยกเว้นกรณีมอบอำนาจ) 2. หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาต หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีผู้รับรองคำแปล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล จำนวน 1 ชุด 3. สำเนาเอกสารการอนุญาตจากกรมศุลกากรให้นำภาพยนตร์เข้ามาในราชอาณาจักรในกรณีภาพยนตร์ต่างประเทศที่นำเข้าผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 1 ชุด 4. ภาพยนตร์และสำเนาภาพยนตร์ ที่ประสงค์จะขออนุญาต จำนวน 1 ชุด โดยสำเนาภาพยนตร์นั้นอาจมีลายน้ำระบุว่าใช้สำหรับการตรวจพิจารณาก็ได้ (กรณีเป็น Digital ต้องโหลด (Load) ไฟล์ให้แล้วเสร็จก่อนวันตรวจพิจารณาพร้อมรหัสที่ใช้ในการเปิด) 5. ในกรณีที่ภาพยนตร์นั้นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการฉายเป็นการเฉพาะ ต้องนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวมาด้วย 6. บทพากย์หรือคำบรรยายภาพยนตร์เป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด 7. หนังสือมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ อย่างละ 1 ชุด 8. เอกสารสรุปเรื่องย่อภาพยนตร์ จำนวน 1 ชุด (การสำเนาเอกสาร / หลักฐาน ต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลรับรองสำเนาถูกต้องและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี) ) ทั้งนี้สามารถยื่นคำขออนุญาตพร้อมหลักฐานและเอกสารได้ที่ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตั้งแต่เวลา 08.30 น.- 16.30 น. ทุกวัน (เว้นวันหยุดราชการ) หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต การตรวจเอกสาร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขออนุญาต (แบบ ภย.1) หลักฐานและเอกสารที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นขอแล้ว หากเห็นว่าคำขอถูกต้องและเอกสารหลักฐานครบถ้วนให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกแจ้งให้ผู้ยืนคำขอทราบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องแก้ไขหรือนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม และให้เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้น พร้อมมอบสำเนาบันทึกนั้นแก่ผู้ยื่นคำขอเป็นหลักฐาน ให้ถือว่าวันที่ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมครบถ้วนเป็นวันที่ได้รับคำขอและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่คืนคำขอพร้อมแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานแล้ว - กรณีหลักฐานหรือเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาต่อไปได้คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งไม่อนุญาต - กรณีหลักฐานหรือเอกสารถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการฯ จะพิจารณาและกำหนดประเภทภาพยนตร์ต่อไป การตรวจพิจารณาภาพยนตร์และการกำหนดประเภทภาพยนตร์ (1) ในกรณีภาพยนตร์ที่ขออนุญาตไม่มีลักษณะหรือเนื้อหาที่กำหนดไว้ในภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร จะมีคำสั่งอนุญาตและกำหนดว่าภาพยนตร์ดังกล่าวจัดอยู่ในภาพยนตร์ประเภทใด (2) ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตยินยอมให้แก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาของภาพยนตร์บางส่วนออกเพื่อให้สามารถจัดอยู่ในประเภทที่ตนประสงค์จะขออนุญาต คณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดประเภทภาพยนตร์ที่ผู้ขออนุญาตยินยอมให้แก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาออกแล้ว (3) ในกรณีภาพยนตร์ที่ขออนุญาตมีลักษณะหรือเนื้อหาตามที่กำหนดไว้ในภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร คณะกรรมการฯ จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก (3.1) หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอน คณะกรรมการฯ จะกำหนดให้ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร (3.2) หากผู้ยื่นคำขออนุญาตยินยอมแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาตามที่คณะกรรมการฯ แจ้ง คณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดประเภทภาพยนตร์ต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ถ้าพิจารณาไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าอนุญาต หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. กฎกระทรวงกำหนดลักษณะประเภทของภาพยนตร์ พ.ศ. 2552

2. ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา พ.ศ. 2552

3. ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562

4. พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

1.
การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารตามแบบ ภย.1 พร้อมเอกสารและหลักฐานตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐาน ประกอบคำขออนุญาต
ระยะเวลา: 30 นาที
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
2.
การตรวจสอบ
ขั้นตอนย่อย: ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า/อื่นๆ
รายละเอียด: กระบวนการตรวจพิจารณาภาพยนตร์
ระยะเวลา: 14 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ไม่มีรายการใบอนุญาต

1.
ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300
2.
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)

- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132

- www.pacc.go.th

3.
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
เลขที่ 10 ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 โทรศัพท์ 0 2209 3561-62
4.
สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
สายด่วนกระทรวงวัฒนธรรม โทร 1765
5.
สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เลขที่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 0 2645 4600 โทรสาร 0 2645 4698 เว็บไซต์ http://www.culture.go.th/subculture10

ไม่มีข้อมูล

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ขออนุญาต