การขอรับคืนเงินสมทบไม่พึงชำระของผู้ประกันตนตามมาตรา 40
กรณีผู้ประกันตนยังมีชีวิต
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-12 / สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ : ที่อยู่/โทรศัพท์ สามารถค้นหาได้ทางเว็บไซต์ www.sso.go.th
ไม่พบช่องทางการให้บริการออนไลน์
40 นาที
ไม่มีค่าธรรมเนียม
เงินไม่พึงชำระ หมายถึง เงินที่จ่ายเข้ากองทุนโดยไม่มีหน้าที่จ่าย หรือโดยมิได้มีลักษณะเป็นเงินสมทบตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทน ของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561 ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 สามารถยื่นแบบคำขอรับเงินไม่พึงชำระคืนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (สปส.1-40/5) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-12 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ด้วยตนเองหรือช่องทางไปรษณีย์ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทราบว่ามีสิทธิขอรับเงินคืน หรือภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นำส่งเงินเข้ากองทุน การขอรับคืนเงินไม่พึงชำระ (กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ยังมีชีวิต) ได้แก่ 1. กรณีไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 2. กรณีเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40 3. กรณีแจ้งความจำนงไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (เกษียณอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป) 4. กรณีแจ้งความจำนงไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ประสงค์ลาออกจากสาเหตุอื่น) 5. กรณีได้กลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้ 1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจฉบับจริงไปแสดงด้วย) 2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจนสำนักงานฯจะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย 3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชี ของผู้ประกันตนเท่านั้น พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตน ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา 2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง 3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสาร เพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร /หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว 4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว
1. พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561
ไม่มีรายการใบอนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132
ไม่มีข้อมูล