การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด (N)
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
ส่วนจดทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 4 ถนนนนทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0 2547 5153 โทรสาร 0 2547 5153
หมายเหตุ : เปิดให้บริการ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง)
ไปรษณีย์
ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงนายทะเบียน ณ ส่วนจดทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
หมายเหตุ : ในการส่งทางไปรษณีย์ ผู้ยื่นคำขอต้องส่งไปรษณีย์แบบลงทะเบียนตอบรับและให้ถือว่าวันที่การยื่นคำขอไปถึงพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นวันที่ยื่นคำขอนั้น เปิดให้บริการ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง)
ไม่พบช่องทางการให้บริการออนไลน์
1 ชั่วโมง
ขั้นตอนหลักในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ขั้นตอนที่ 1 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาอย่างน้อย 15 คน ขึ้นไป จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ และให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนลงลายมือชื่อและนำไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ขั้นตอนที่ 2 เสนอขายหุ้นโดยการเสนอขายหุ้นทั้งหมดต่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทหรือเสนอขายหุ้นต่อประชาชน กรณีเสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทหรือบริษัทจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนที่ต้องจัดทำและส่งให้หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยส่งให้นายทะเบียน 1 ชุด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ส่งให้ หน่วยงานดังกล่าว ขั้นตอนที่ 3 ประชุมจัดตั้งบริษัท 3.1 ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทเรียกนัดประชุมจัดตั้งบริษัทเมื่อมีการจองหุ้นครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน หรือเอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนหุ้นที่กำหนดไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องเรียกประชุมจัดตั้งบริษัทภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่มีการจองหุ้นครบตามจำนวนที่กำหนด แต่ต้องไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 3.2 ในการเรียกประชุมจัดตั้งบริษัท ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องดำเนินการส่งหนังสือนัดประชุมไปยังผู้จองหุ้นไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันประชุม และส่งให้นายทะเบียนไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม พร้อมด้วยเอกสารดังนี้ 3.2.1 ระเบียบวาระการประชุม 3.2.2 เอกสารเกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ที่ประชุมจัดตั้งบริษัทพิจารณาให้สัตยาบันหรืออนุมัติ (โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท 2 คน รับรองความถูกต้องของเอกสาร) 3.2.3 ร่างข้อบังคับ 3.3 การประชุมจัดตั้งบริษัทต้องจัดให้มีขึ้น ณ ท้องที่ที่จะเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทหรือจังหวัดใกล้เคียง 3.4 การประชุมจัดตั้งบริษัทจะต้องมีผู้จองหุ้นซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่จองแล้วมาประชุมจึงจะเป็นองค์ประชุมได้ 3.5 การประชุมจัดตั้งบริษัทต้องพิจารณาประเด็นดังต่อไปนี้ 3.5.1 พิจารณาข้อบังคับ 3.5.2 ให้สัตยาบันแก่กิจการที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทได้ทำไว้และอนุมัติค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท 3.5.3 กำหนดจำนวนเงินที่จะให้แก่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท ถ้าระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน 3.5.4 กำหนดลักษณะแห่งหุ้นบุริมสิทธิ (ถ้ามี) 3.5.5 กำหนดจำนวนหุ้นสามัญ หรือ หุ้นบุริมสิทธิ ที่จะออกให้แก่บุคคลที่ให้ทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงิน หรือให้ใช้ลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใด ๆ หรือให้ข้อสนเทศ เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม การพาณิชย์หรือวิทยาศาสตร์ 3.5.6 เลือกตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจกรรมการ 3.5.7 เลือกตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชี 3.6 เมื่อประชุมจัดตั้งบริษัทเสร็จสิ้นแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องส่งมอบกิจการและเอกสารทั้งปวงของบริษัทให้แก่คณะกรรมการภายใน 7 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการประชุม 3.7 เมื่อรับมอบกิจการและเอกสารแล้ว ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้ผู้จองหุ้นชำระเงินค่าหุ้นเต็มจำนวนภายในเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือแจ้ง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 14 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง 3.8 เมื่อได้รับชำระเงินค่าหุ้นครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน หรือเอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่กำหนดไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ให้คณะกรรมการขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัทเสร็จ ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 4.1 คณะกรรมการบริษัทต้องขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 เดือน นับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัทเสร็จ 4.2 คำขอจดทะเบียนต้องดำเนินการโดยถูกต้อง ครบถ้วน ตามกฎหมาย และพิมพ์เป็นภาษาไทย 4.3 ในการขอจดทะเบียน ให้กรรมการบริษัทผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ลงลายมือชื่อขอจดทะเบียน โดยกรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่ออยู่ในราชอาณาจักรไทย 4.4 กรรมการบริษัททุกคนและผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 4.4.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน 4.4.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด) 4.4.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน 4.4.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ 4.4.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใด ๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 4.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3) 4.5 การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า หมายเหตุ : 1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน 2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ 3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที
1. กฎกระทรวง (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
2. กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535
3. กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง และค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวกับบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2549
4. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้ต่อประชาชนของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัดต่อนายทะเบียน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543
5. พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132
ไม่มีข้อมูล