... ... ...

การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

กลุ่มที่ 3 พืชที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ในเวลาเกินกว่าสองปี

ช่องทางการให้บริการ

ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน

กลุ่มวิจัยการคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช ตึกโภชากร ชั้น 2 กรมวิชาการเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ. 10900 โทรศัพท์ 02 9407214 โทรสาร 029407214

ไม่พบช่องทางการให้บริการออนไลน์

7 ปี

1.
บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: หากมีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ ของผู้มอบอำนาจ
2.
หนังสือเดินทาง (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (กรณีผู้ยื่นคำขอ เป็นคนต่างด้าว)
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ
3.
หนังสือรับรองนิติบุคคล
รายละเอียดเอกสาร: ออกไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกเอกสารผู้ขออนุญาตให้นำหนังสือรับรองนิติบุคคลตัวจริงมาในวันยื่นคำขอ ,เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ,พร้อมวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น,แนบข้อบังคับของนิติบุคคล
ประเภทการใช้เอกสาร: กรณีนิติบุคคล
หมายเหตุ: เอกสารที่เป็นสำเนาให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ
4.
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (ในกรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ)
5.
หนังสือรับรองสัญชาติ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (หนังสือรับรองสัญชาติของผู้ขอจากสถานทูตของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาตไทยหรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ขอรับการคุ้มครองในประเทศนั้นได้ หรือ สถานทูตของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีด้วย)
6.
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบพาณิชย์ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (-กรณีที่ผู้ขอประกอบอุสาหกรรมหรือพานิชย์กรรมในประเทศไทย หรือ ประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีด้วย)
7.
ใบเสร็จรับเงินภาษีเงินได้ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (กรณีบุคคลธรรมดา)หรือบัญชีงบดุลย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี (กรณีนิติบุคคล) ก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือเอกสาร หลักฐานที่แสดงว่าผู้ขอประกอบอุสาหกรรมหรือพาณิชย์อย่างจริงจังในประเทศไทย -กรณีที่ผู้ขอประกอบอุสาหกรรมหรือพานิชย์กรรมในประเทศไทย หรือ ประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีด้วย)
8.
หนังสือรับรองการประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (-กรณีเป็นพันธุ์พืชใหม่ที่ได้จากการตัดต่อสารพันธุกรรม (ออกโดยกรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานหรือสถาบันอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชประกาศกำกนด))
9.
คำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ (ค.พ.1) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
10.
เอกสารหลักฐานแสดงสิทธิในการขอจดทะเบียน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
11.
คำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ที่ได้ยื่นไว้นอกราชอาณาจักร (สำเนา 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: โดยมีคำรับรองจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธ์พืชใหม่ของประเทศที่จดทะเบียนเป็นครั้งแรกกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง
12.
คำรับรองของหน่วยงานหรือสำนักงานที่รับผิดชอบ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (-กรณียื่นคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ไว้นอกราชอาณาจักร)
13.
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของประเทศที่ขอจดทะเบียนเป็นครั้งแรก (สำเนา 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (-กรณียื่นคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ไว้นอกราชอาณาจักร)
14.
บทสรุปการปรับปรุงพันธุ์พืช (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
15.
รายละเอียดการปรับปรุงพันธุ์พืช (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (กรณียื่นคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ไว้นอกราชอาณาจักร)
16.
ข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (-กรณีที่มีการใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือ พันธุ์พืชพืชป่า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าวในการปรับปรุงพันธุ์สำหรับใช้ประโยชน์ในทางทางการค้า)
17.
สัญญาจ้าง (สำเนา 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (-กรณีผู้ขอเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง)
18.
หนังสือมอบอำนาจ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: (-ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน -กรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยด้วย)
1.
คำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
ค่าธรรมเนียม: 100.00 บาท
2.
คำคัดค้านการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
ค่าธรรมเนียม: 100.00 บาท
3.
ค่าประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน
ค่าธรรมเนียม: 500.00 บาท
4.
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
ค่าธรรมเนียม: 500.00 บาท
5.
ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่
ค่าธรรมเนียม: 1,000.00 บาท
6.
คำขอจดทะเบียนการอนุญาตให้ใช้สิทธิและโอนสิทธิ ตามหนังสือสำคัญฯ รวมทั้งใบแทนหนังสือสำคัญ
ค่าธรรมเนียม: 500.00 บาท

1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว 2) กรณีมีผู้คัดค้านการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ให้เป็นตามวิธีการที่กำหนด ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 3) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร 3.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ 3.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้ 3.3)-การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

1.
การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
รายละเอียด: -ผู้ยื่นคำขอ ยื่นคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ (ค.พ.1) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบให้ถูกต้องครบถ้วน -เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน
ระยะเวลา: 1 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
หมายเหตุ: (-เฉพาะกรณีที่มีเอกสารและข้อมูลประกอบ ณ ยื่นคำขอที่ครบถ้วน ถูกต้องและสมบูรณ์แล้ว)
2.
การตรวจสอบ
ขั้นตอนย่อย: ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า/อื่นๆ
รายละเอียด: -เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลักษณะพันธุ์พืช ภาคสนามโดยการปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ -เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานพร้อมร่างประกาศโฆษณาเสนออธิบดี
ระยะเวลา: 2520 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
หมายเหตุ: (ระยะเวลา 7 ปี ไม่ต่อเนื่องกับขั้นตอนที่ 1ขึ้นอยู่กับความพร้อมว่าสามารถปลูกตรวจสอบได้เมื่อใด)
3.
-
รายละเอียด: อธิบดี พิจารณารายงานการการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่
ระยะเวลา: 30 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
4.
-
รายละเอียด: กรมวิชาการเกษตรประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
ระยะเวลา: 90 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
5.
-
รายละเอียด: -พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการตรวจสอบและกระบวนการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ เสนอ อธิบดี
ระยะเวลา: 30 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
6.
-
รายละเอียด: -พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ชำระค่าธรรมเนียมการออกหนังสือสำคัญ -ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ชำระค่าธรรมเนียม
ระยะเวลา: 15 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
หมายเหตุ: (ไม่นับรวมระยะเวลาที่รอผู้ยื่นคำขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมได้ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ)
7.
-
รายละเอียด: -พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
8.
การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
รายละเอียด: -อธิบดี ลงนาม -พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเป็นหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ ให้ผู้ยื่นคำขอฯ มารับหนังสือสำคัญ
ระยะเวลา: 7 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมวิชาการเกษตร
ระยะเวลารวม: 7 ปี

ไม่มีรายการใบอนุญาต

1.
ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300
2.
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)

- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132

- www.pacc.go.th

3.
กลุ่มวิจัยการคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร
50 ตึกโภชากร ชั้น 2 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์/โทรสาร 02-9407214 e-mail : [email protected]

ไม่มีข้อมูล