การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง (N)
ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน
กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (ตึก 8 ชั้น กรมวิชาการเกษตร ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ บางเขน) โทรศัพท์ 02-5796133 โทรสาร 02-5796134
ไปรษณีย์
กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
หมายเหตุ : การรับเอกสารทางไปรษณีย์จะรับตามระบบสารบรรณของหน่วยงาน
ไม่พบช่องทางการให้บริการออนไลน์
7 ชั่วโมง
ไม่มีค่าธรรมเนียม
ผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้ 1. การขึ้นทะเบียนดังกล่าว ใช้กับผู้ส่งออกที่จะประสงค์จะส่งสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง โดยต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนก่อนส่งออก ซึ่งปัจจุบันใช้กับประเทศดังนี้ 1.1 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปออสเตรเลีย ชนิดพืชที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ได้แก่พืช ลิ้นจี่ ลำไย มังคุด และสับปะรด 1.2 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐอเมริกา ชนิดพืชที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ได้แก่พืช ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง มังคุด สับปะรด เงาะ และแก้วมังกร 1.3 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี ชนิดพืชที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ได้แก่พืช มังคุด และมะม่วง 3 พันธุ์ คือ หนังกลางวัน น้ำดอกไม้ และแรด 2. การขึ้นทะเบียนดังกล่าว ผู้ส่งออกต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปต่างประเทศให้เรียบร้อยตามกระบวนงานการจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปต่างประเทศ ขึ้นตามความประสงค์ของประเทศที่ส่งออก 3. การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ดังนี้ 3.1 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปออสเตรเลีย ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมการนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยไปประเทศออสเตรเลีย ตามแต่ละชนิดพืช 3.2 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐอเมริกา ต้องปฏิบัติตามข้อตกลง Frame Work of Equivalency Work Plan (FEWP) และเอกสาร Irradiation Operational Work Plan between Thailand and United States of America 3.3 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี แยกออกเป็น 3.3.1 กรณีมังคุดต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการส่งออกผลมังคุดสดไปสาธารณรัฐเกาหลีและประกาศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกาศสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เรื่อง การส่งออกมังคุดไปสาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น 3.3.2 กรณีมะม่วงต้องปฏิบัติตามประกาศที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่ประกาศมาเพื่อกำกับ ดูแล การขึ้นทะเบียนดังกล่าว เช่น ประกาศสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เรื่อง การส่งออกมะม่วงอบไอน้ำไปสาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น 4.การขึ้นทะเบียนดังกล่าว โรงบรรจุสินค้าและสวนที่จะนำมาขึ้นทะเบียนนั้นต้องได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะนำมาขอขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร 5. คู่มือฉบับดังกล่าว จะใช้กับการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง/ ต่ออายุทะเบียน/ ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน ยกเว้นกรณีการต่ออายุทะเบียนโรงคัดบรรจุและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี เนื่องจากการขึ้นทะเบียนจะต้องขึ้นทะเบียนใหม่ทุกปีและการต่ออายุทะเบียนโรงคัดบรรจุและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปอเมริกา เนื่องจากการดำเนินการจะเป็นการเพิ่มรายละเอียดโรงบรรจุสินค้าและสวนเข้าระบบและไม่มีการกำหนดวันหมดอายุของเอกสาร ดังนั้นทั้งสองกรณีจึงไม่มีการดำเนินการต่ออายุหนังสือแสดงการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว 6. ผู้ส่งออกควรขอคำแนะนำและทำความเข้าใจกระบวนการส่งออกพืชดังกล่าวจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามข้อตกลงในการส่งออกสินค้าไปประเทศต่างตามที่ประสงค์ 7. รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินการขึ้นทะเบียนฯ แยกดังนี้ 7.1 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปออสเตรเลีย สามารถยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียน/ ต่ออายุทะเบียน/ ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน ได้ตลอดทั้งปี โดยหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนดังกล่าว จะกำหนดวันหมดอายุของทะเบียนโรงบรรจุสินค้าที่มีการอ้างใช้ครั้งแรกเป็นเกณฑ์ในกำหนดวันหมดอายุของหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนที่ออกให้กับผู้ส่งออกซึ่งกำหนดไว้ 2 ปี นับจากวันที่แจ้งขอขึ้นทะเบียน และสำหรับวันหมดอายุของหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนที่ออกให้กับผู้ส่งออก หากโรงบรรจุสินค้าที่แจ้งใช้และได้กำหนดวันหมดอายุไว้แล้ว หนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนจะหมดอายุตามนั้น 7.2 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปอเมริกา ผู้ส่งออกที่ประสงค์ส่งออกสินค้าเกษตร ต้องดำเนินการยื่นเอกสารผ่าน Cooperator ของโครงการ โดย Cooperator จะพิจารณาเอกสารที่ยื่นต้องถูกต้องและครบถ้วน จากนั้นจะส่งเอกสารให้กรมวิชาการเกษตรเพื่อขึ้นทะเบียนดังกล่าว ทั้งนี้โรงบรรจุสินค้าจะต้องผ่านการตรวจประเมินจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะยื่นขอขึ้นทะเบียน 7.3 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี แยกดังนี้ 7.3.1 การส่งออกมังคุดตามเงื่อนไขต้องรมเมทิลโบรไมด์ ดังนั้นผู้ส่งออกยื่นขอขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวน ผู้ส่งออกต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนโรงรมเมทธิลโบรไมด์ด้วย โดยโรงรมเมทิลโบรไมด์ ต้องได้การรับรองจากกรมวิชาการเกษตร นอกจากนี้โรงบรรจุสินค้าที่ยื่นต้องผ่านตรวจประเมินจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนขอขึ้นทะเบียน 7.3.2 การส่งออกมะม่วง ตามเงื่อนไขต้องอบไอน้ำ และโรงบรรจุสินค้าต้องมีความสามารถในการอบไอน้ำด้วย และผ่านการตรวจประเมินจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนขอขึ้นทะเบียน 7.3.3 การขึ้นทะเบียนเพื่อการส่งออกกมังคุดและมะม่วงไปสาธารณรัฐเกาหลี จะกำหนดวันหมดเขตการยื่นขอขึ้นทะเบียนของแต่ละปี ตามแต่ชนิดพืช ดังนั้นผู้ส่งออกต้องมายื่นความประสงค์ก่อนหมดเกณฑ์ของปีนั้นๆให้แล้วเสร็จก่อนส่งออก 8. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด (ผู้รับคำขอ/ผู้ยื่นคำขอจะปฏิเสธการดำเนินการ) 9. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว 10. หนังสือสำคัญแสดงขึ้นจดทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง มีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ออกเอกสาร ยกเว้นการขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐอเมริกา ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ และการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี จะกำหนดปีต่อปี 11. กรณียื่นขอต่ออายุให้ดำเนินการภายใน 30 วัน ก่อนหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร จะหมดอายุ และหากมาดำเนินการนอกเหนือจากช่วงเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะปฎิเสธการดำเนินการ 12. กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง 12.1 ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย 12.2 ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย แ
1. เอกสาร Irradiation Operational Work Plan between Thailand and United States of America
2. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการส่งออกผลมังคุดสดไปสาธารณรัฐเกาหลี
3. ประกาศสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เรื่อง การส่งออกมะม่วงอบไอน้ำไปสาธารณรัฐเกาหลี
4. ประกาศสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เรื่อง การส่งออกมังคุดไปสาธารณรัฐเกาหลี
5. ระเบียบการส่งออกผลไม้ไปเครือรัฐออสเตรเลีย
6. ข้อตกลง Frame Work of Equivalency Work Plan (FEWP)
ไม่มีรายการใบอนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132
ไม่มีข้อมูล