รายละเอียด :
-----หลักเกณฑ์-----
1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ.2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 438) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง (ฉบับที่ 2)
2. “ส่วนของกัญชา” หมายความว่า ส่วนของพืชกัญชา (Cannabis) ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis indica Lam. หรือ Cannabis sativa L. ได้แก่
(1) เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก
(2) ใบซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย
3. “ส่วนของกัญชง” หมายความว่า ส่วนของพืชกัญชง หรือที่มีชื่อเรียกว่า เฮมพ์ (Hemp) ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis sativa L. subsp. sativa ได้แก่
(1) เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก
(2) ใบซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย
4. “หน่วยบรรจุ (package)” หมายความว่า ภาชนะบรรจุอาหารอันเป็นภาชนะบรรจุย่อยสุดที่หุ้มห่อหรือบรรจุอาหารเพื่อจำหน่าย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงหีบห่อหรือภาชนะที่บรรจุหน่วยบรรจุย่อยเหล่านั้น ถ้ามี
5. ผลิตภัณฑ์อาหารดังต่อไปนี้ ห้ามใส่ส่วนของกัญชาหรือกัญชงเป็นส่วนประกอบ
(1) อาหารทารก และอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก
(2) นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก
(3) อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก
(4) เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน (เครื่องดื่มที่มีการเติมกาเฟอีนหรือสารสกัดที่มุ่งหวังให้กาเฟอีนในปริมาณไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ โดยไม่รวมถึงเครื่องดื่มที่มีหรือทำจากส่วนผสมที่ไม่ใช่พืชหรือผัก ไม่ว่าจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือออกซิเจนผสมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม (ประกาศฯ ฉบับที่ 356 เรื่อง เครื่องดื่มฯ ข้อ 3(3)) ที่ใช้วัตถุแต่งกลิ่นรสที่มีกาเฟอีนตามธรรมชาติ และไม่รวมถึง ชา กาแฟ)
(5) อาหารอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
6. ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับอาหารชนิดนั้น เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องแต่กรณี ซึ่งมีแนวทางในการพิจารณาแต่ละประเภทอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องไว้เบื้องต้น ดังนี้
(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะ มีข้อกำหนดการเติมสิ่งอื่นใดในอาหารประเภทนั้น
1. ชา
2. อาหารกึ่งสำเร็จรูป
3. ซอสบางชนิด
4. น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
5. แยม เยลลี่ และมาร์มาเลด ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
6. น้ำเกลือปรุงอาหาร
7. ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
8. ขนมปัง
9. หมากฝรั่งและลูกอม
10. วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่
11. ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
12. อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที
13. นมปรุงแต่ง
14. ผลิตภัณฑ์ของนม
15. นมเปรี้ยว
16. ไอศกรีม
17. อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
18. อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
19. ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง
20. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะ มีข้อกำหนดการเติมสิ่งอื่นใดหรือนอกเหนือจากที่กำหนดในอาหารบางชนิดของประเภทอาหารนั้น
ประเภทอาหาร // ชนิดอาหารที่ให้เติม // ชนิดอาหารที่ไม่ให้เติม
1. กาแฟ // กาแฟผสม, กาแฟสำเร็จรูปผสม, กาแฟปรุงสำเร็จชนิดเหลวและแห้ง // กาแฟแท้, กาแฟที่สกัดกาเฟอีนออก, กาแฟสำเร็จรูป, กาแฟสำเร็จรูปที่สกัดกาเฟอีนออก
2. น้ำปลา // น้ำปลาผสม, น้ำปลาผสมชนิดแห้ง // น้ำปลาแท้, น้ำปลาจากสัตว์อื่น, น้ำปลาแท้และน้ำปลาจากสัตว์อื่นชนิดแห้ง
3. ช็อกโกแลต // ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต // ช็อกโกแลต, ช็อกโกแลต ชนิดหวาน, ช็อกโกแลตอะลาทาซา, ช็อกโกแลตอะลาทาซา ชนิดหวาน, ช็อกโกแลตคูเวอร์เจอร์, ช็อกโกแลตนม, ช็อกโกแลตนม ชนิดเพิ่มเนื้อนม, ช็อกโกแลตนมคูเวอร์เจอร์, ช็อกโกแลตขาวหรือไวท์ช็อกโกแลต, ช็อกโกแลตจิอานดูจา, ช็อกโกแลตนมจิอานดูจา, ช็อกโกแลตพารามีซา, ช็อกโกแลตพารามีซา ชนิดขมเล็กน้อย, ช็อกโกแลตพารามีซา ชนิดขม, ช็อกโกแลตชนิดเส้นหรือชนิดเกล็ด, ช็อกโกแลตนมชนิดเส้นหรือชนิดเกล็ด, ช็อกโกแลตสอดไส้, พราลีน
4. รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี // ผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี // รอยัลเยลลี
5. เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท // เครื่องดื่มที่ไม่ผสมกาเฟอีน // เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน
6. วัตถุเจือปนอาหาร // วัตถุปรุงแต่งรสอาหาร // ชนิดเดี่ยว, สารสกัดให้สีจากพืช
7. อาหารทั่วไป // เครื่องปรุงรส // ข้าวบรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย, น้ำตาล, สารอาหาร, สารสกัด/สารสังเคราะห์
(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะ มีข้อกำหนด ไม่อนุญาต ให้เติมสิ่งอื่นใดหรือนอกเหนือจากที่กำหนดในประเภทอาหารนั้น
1. น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
2. น้ำแข็ง
3. น้ำแร่ธรรมชาติ
4. น้ำส้มสายชู
5. น้ำมันและไขมัน
6. ครีม
7. น้ำมันเนย
8. เนย
9. เนยแข็ง
10. เนยใสหรือกี
11. ไข่เยี่ยวม้า
12. น้ำผึ้ง
13. ข้าวเติมวิตามิน
14. เกลือบริโภค
15. ชาจากพืช
16. น้ำมันปลา
17. แป้งข้าวกล้อง
18. นมโค
19. เครื่องดื่มเกลือแร่
20. วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร
21. เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร
22. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร
(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะ มิได้มีข้อกำหนดการเติมสิ่งอื่นใดในอาหารประเภทนั้น ๆ แต่หากประสงค์จะเติมส่วนของกัญชาหรือกัญชง จะพิจารณาวัตถุประสงค์การใช้และขนาดบรรจุ ที่จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภคเท่านั้น
ประเภทอาหาร
1. วัตถุแต่งกลิ่นรสอาหาร
2. วัตถุเจือปนอาหารชนิดผสม ที่นอกเหนือจากวัตถุปรุงแต่งรสอาหาร
3. เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียม ผลิตภัณฑ์เนยผสม
4. อาหารทั่วไป ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์, สัตว์และผลิตภัณฑ์, แป้งและผลิตภัณฑ์, เครื่องเทศ, ผลิตภัณฑ์สำหรับทำอาหารชนิดต่าง ๆ ที่ยังไม่พร้อมบริโภค
หมายเหตุ : แนวทางการพิจารณาหลักเกณฑ์ ข้อ 6 เป็นเพียงแนวทางในการพิจารณาเบื้องต้นจากข้อกำหนดของประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ดังนั้นการพิจารณาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลง หากมีข้อมูลความปลอดภัยในการบริโภคของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม
7. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิต
7.1 ต้องได้รับใบอนุญาตผลิต (อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1/1) ตามประเภทอาหารก่อน และยังคงมีผลบังคับใช้ และได้รับการเพิ่มประเภทอาหารที่จะยื่นขอแล้ว ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร
8. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร
9. ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน สูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีผลิต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใส่ส่วนของกัญชา คุณภาพหรือมาตรฐานต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่องผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
10. ตรวจพบสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกินร้อยละ 0.0032 โดยน้ำหนัก และสารแคนนาบิไดออล ไม่เกินร้อยละ 0.0028 โดยน้ำหนัก สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภคหรือผู้แบ่งบรรจุหรือผู้ปรุงหรือผู้จำหน่ายอาหาร ดังนี้
(ก) ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง
(ข) ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
(ค) น้ำปลาผสมชนิดเหลวและแห้ง
(ง) น้ำเกลือปรุงอาหาร
ทั้งนี้ เมื่อคำนวณเป็นปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้ง ต้องไม่ทำให้มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอลเกิน 1.6 มิลลิกรัมต่อ 50 กรัม และสารแคนนาบิไดออล ไม่เกิน 1.41 มิลลิกรัมต่อ 50 กรัม
11. ตรวจพบสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกิน 1.6 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ และสารแคนนาบิไดออล ไม่เกิน 1.41 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง, ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท, น้ำปลาผสมชนิดเหลวและแห้ง, น้ำเกลือปรุงอาหารที่จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภคหรือผู้แบ่งบรรจุหรือผู้ปรุงหรือผู้จำหน่ายอาหาร
12. ตรวจพบสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่มิใช่จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภคหรือผู้แบ่งบรรจุหรือผู้ปรุงหรือผู้จำหน่ายอาหาร
13. ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กําหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจวิเคราะห์ ของอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ทําให้เกิดโรค
14. ตรวจพบสารปนเปื้อนตกค้างได้ไม่เกินปริมาณสูงสุด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน
15. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี
16. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ
17. การใช้ภาชนะบรรจุอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ
18. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง
19. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “กัญชา” หรือ “กัญชง” หรือชื่อส่วนของกัญชาหรือกัญชงที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหาร หรือกำกับชื่ออาหาร
20. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง
21. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางโภชนาการบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชงต้องเป็นไปตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ
22. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ต้องเป็นไปตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหาร
-----วิธีการ-----
1. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ที่ผลิต/แบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย
1.1 คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารเข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ เอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ฉลากอาหาร
1.2 คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ เอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ฉลากอาหาร
2. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก
2.1 คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) / คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อการส่งออกเท่านั้น
3. การขอแก้ไขรายการอนุญาตของผลิตภัณฑ์
3.1 คำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) กรณีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ
3.2 แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.4) กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) / (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)
4. การเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก
ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท
-----เงื่อนไข-----
1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ
2. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้อง
2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือ โทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย
2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ
2.3 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฏหมายที่เกี่ยวข้อง (https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509438792910905344&name=P427.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456429264896&name=P438.PDF) และหลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม (https://food.fda.moph.go.th/cannabis/category/production-of-hemp) ก่อนยื่นคำขอฯ โดยการกรอกคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) หรือคำขออนุญาตการใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3 ) กรณีสถานที่ผลิตอาหารไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ
2.4 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ไม่เกินจำนวน 3 ครั้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย
3. กรณีลักษณะผลิตภัณฑ์ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานให้ส่งรูปภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประกอบการยื่นคำขอฯ ด้วย
4. ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ จะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ จะต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มจากที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ โดยประมาณ 15-45 วันทำการ แล้วแต่กรณี
5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีดังต่อไปนี้
5.1 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร
5.2 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น หรือเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ
5.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไม่ได้มาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์
5.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร หรือวัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร
5.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
5.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด
หมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้รวมทั้งหมด 103 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ), ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)